ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับกิจการของคุณ  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-07-2018 , 03:31:12
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3201
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ ธุรกิจขนาดย่อม หลายกิจการต่างสรรหาแนวทางที่จะสร้างความสามารถในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ พอให้สามารถต่อสู้และรอดตายในยุคที่การค้าขายฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ถึงกระนั้นซอฟแวร์มีมากมายหลายเจ้า จะเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเลือกโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับบริษัทของท่าน ดังนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
กิจการของท่านอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายย่อย โรงงานผลิต หรือธุรกิจให้บริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรายละเอียดการทำบัญชีที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันโปรแกรมเมอร์ จะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้ลงตัวกับแต่ละชนิดธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทเหมือนกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเข้ารูปกับธุรกิจท่าน หรือมีส่วนปลีกย่อยพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางประเภท เช่น บริษัทปลูกสร้าง กิจการรับผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับบริษัทคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดของการบันทึกบัญชีจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ ธุรกิจ ท่านอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ บริษัทที่มียอดขาย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าร้านค้าของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นควร ซื้อให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ ซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่กิจการคุณจำเป็นต้องใช้งาน ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณสมบัติ หรือฟังก์ชั่นการใช้งานออกมาเป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางธุรกิจอาจจะต้องการการเข้าถึงที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่บริษัทอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการจ่ายเงินออนไลน์ หรือการใช้ credit card หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างเปลี่ยนแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และเข้ากับกิจการคุณ อย่าเสียเงินให้กับฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น
4.การบริการ
ในเวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถให้บริการให้คำปรึกษา แก้ไขได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อได้ง่ายสะดวก น่าไว้วางใจหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้คำแนะนำคุณหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ ค้นหา จากอินเตอร์เน็ต หรือสอบถามบริษัทที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบประมาณจะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีสนนราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าท่านต้องการโปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ดีไซน์ Function การใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตัดสินใจซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าขั้นต้น เพื่อจะได้ทราบว่าคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณได้รับโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะสามารถเห็นข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในรูปแบบต่างๆ ปัญหาที่พบ การใช้งานฟังก์ชันระบบต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน เลือกซื้อสอบถามกับผู้แทนว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ในที่สุดแล้วควรสืบถามร้านค้าอื่นๆ ที่ท่านคุ้นเคยเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 ที่ ควรไถ่ถามเกี่ยวกับปัญหาการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนจำหน่ายน่าประทับใจหรือไม่ นอกจากนี้สิ่งสำคัญควรตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดอันดับ มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ไม่มีปัญหามาก

เครดิตบทความจาก : http://onlinefromaccount.tumblr.com/post/123105337407

Tags : โปรแกรมบัญชี