ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 วิธีวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 23 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

20-06-2018 , 21:32:04
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 565
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าถ้าเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตนเองผสมกันไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว พวกเราจึงต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. สำรวจความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถด้วยตัวเองได้ รวมทั้งควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายออกจะแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน คำแนะนำคือ ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เนื่องจากว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสาย audio cableที่ยอดเยี่ยม ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด แม้เราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ได้แก่ ทองเหลือง และก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีกว่า เนื่องจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากยิ่งกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้แรงงานนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าเกิดไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ แล้วก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องทิ้งอย่างเดียว ฉะนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจำต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากว่าเป็นความยาวที่สมควรในการแทงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวแทงมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อทิ่มกับอุปกรณ์จะก่อให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเกิดเผลอไปชนเข้าอาจจะทำให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็จะต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากชอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable