แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1

ขายพลูคาว มะแว้งเครือ รสแล้วก็สรรพคุณัาีyedddddkmในตำรายา ผล รสขื่นขมเปรี้ยว ผลสดตำผสมเกลือนิดหน่อย อมหรือจิi;i;บแก้ไอ แก้เจ็บคอ ขับเสลดจำหน่ายพลูคาว ผลแห้ง ปรุltlงเป็นยาแก้ไอ ykบปัสสาวะ เจริญอาหาร ly;ykแก้โรคเykบา;i;หวาน ราก รสรrffolวดร้าวเปรี้ยว แก้ไข้ykสันนิtlบาykต แก้น้ำลายเหนีuliuli;oยyk แก้i;ไอ กัดและก็ขัi;บเสลดi; ขับi;ykฉี่ ขับลม แก้เi;ลือดออกทวารหนัก i;วารเบา ต้น รสขมekyฝาดเปรี้yl;u;yยว แก้ท้tloili;องเฟ้อในหญิงlio;iมีท้องมะแว้งมี 2 ชนิด เป็นมะแว้งที่เป็นพุ่มหรืi;อเป็นต้นๆulioliเรียกว่า “มะแว้งต้น” ส่วนต้นเป็นเถาเtlอยพิงพันกับต้นไtlol;ม้อื่นเรียกว่า “มะแว้งเครือyk” หรือ “มะแว้งเถาเครือi;” มีหนามตลอดต้น เก็บยาก แต่i;i;มะykแว้งเนี่ย ใบจะขายพลูคาวเสมือนมะio;เขือ ดอกก็ราวกัi;บมะเขือ ลูกมะแว้งตอนแรku8yก็จะเขียวๆแtrไปจykะเป็นสีแดง ปลูกyายมาก ใl7lห้ปุ๋ยขี้วัว ครั้งเดียว กินได้ตลอดi;ปีชื่อykวิทยาศาสykตร์ : Solanum trilobatum L.ตระกูล : Solanaceaeชื่ออื่น : มะแว้งเถา (กรุงเทพฯ ) ดวงจันทร์ว้งเควีย (ตาi;ก)ลักษณะทางrfliวิชาพฤกษศาสตร์ไ;;op;orม้เถาเลื้อยพิงพัulนกับต้นไม้อื่น yukลำต้นกi;ลม สีเขียวเป็นมันจำหน่ายพลูคาว มีหนามแหลมตามกิ่งก้านขายพลูคาว ใบ เป็นใบผู้เดียว ออกเรียงสลับ สีเขียวเป็นมั;i;น แผ่นใบด้านล่างมีหtli;;นามตามเส้นใบ ดอก ออกเป็นช่อตามkyukซอกใบที่ปลายกิ่ง ดluuอกสีม่วง

Tags : ขายพลูคาว

2

ส้มคือผลไม้ที่มีการเพาะปลูyu,กมาหลายพันปี โดยส้มที่l;tntnอยู่ในตระกูลสิขายกวาวเครือขาวบอกเป็นพืชที่มีบ้าfmntmtmtmtmtmtmmseนเกิดเมืองนอนจำหน่ายกวาวเครือขาวในเขตร้yu,yuอนแล้วก็เขตครึ่งร้yumอนของทวีปเอเชีย รวมถึงy,ในหมู่เกาะมลายู ส่วนในไทy,ยมีหytmyyลักฐาy,นเป็นรายงานที่เอ๋ยถึงส้ytyttyมชนิrtnrnrtnrnrnrnดต่างๆเป็น ส้มโอ ส้y,yuuมแก้ว ,yและก็มะกรูด โดyu,ยเป็นรายงานที่มีต้นyyyu,,umฉบับเป็นภาษาฝรั่yumumส แปลแล้วก็จัดพิมพ์เป็นyภาษาอังกฤtytttmymyษ เมื่อ พุทธศักราช 2236,y,yu,u,yu,yu,
          คุณประโยชน์ทางสารอาหารyumyu,yumของส้มก็มีไม่น้อยดังข้yumyumyumอมูลข้างต้น ครั้งนี้เรrnnrntrnntdfnbfามาดูกันymttค่ะจำหน่ายกวาวเครือขาวว่าคุณประโยช,yน์ของส้มyu,จะแจ๋วเบอร์ไหน yu,
ผลไม้แก้ท้องผูก rn
          ส้มยอดเยี่ยมในผลไyuแก้ท้องผูกได้ จำหน่ายกวาวเครือขาวเพราะเหตุว่ามีtyใยอาหารสูง ช่วยในระบบการyu,ทำงาy,นเกี่ยวกับการyuอยอาหาร,และการขับถ่าย โดยกินส้ม 1 ผลใหญ่ก็จะได้,yใยอาห,yาร 2.,y0 กรัมแล้วนะคะy,yuuy,
          - 9 ผล,yไม้ช่วยถ่าย หาทาytttนง่าย แก้ท้องผูกได้อยู่y,yมือ
 กระตุ้นภูมิคุ้ม,กันtmtmtmtร่างกายy,
          เนื่องจากว่y,y,า,ส้มพกmtmtmmttmวิตามินซีมาไม่น้อย ก็เลยทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันอาการป่วยเ,บสิกๆไปจนกระทั่งขายกวาวเครือขาวลักษณะของการป่dbsbfnbfgnวยที่มากยิ่งได้ เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี พวกเราก็จะป่วยไข้ยาก เชื้อโรคและก็เชื้อไวรัสต่างๆก็มีโyuอกาสจู่โจมเราได้น้อยนั่นเองส้ม
 ปรับสมดุลระดับtrnttgnftdmntyน้ำตาลในเy,ลือด,}ในส้มยังช่วยทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกทาง ก็เลยขายกวาวเครือขาวจัดว่าส้มเป็นผลไม้ช่ytyttmyu,tวยคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกชนิดหนึ่ง

Tags : จำหน่ายกวาวเครือขาว

3

สมุนไพรตาตุ่มทะเล
ตาตุ่มทะเลExcoecaria agallocha Linn.
บางถิ่นเรียก ตาตุ่มทะเล} ตาตุ่ม (กลาง); บูตอ (มลายู-จังหวัดปัตตานี).
ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 8-15 ม. เปลือกสีเทาวาว. ใบ คนเดียว เรียงสลับกัน รูปไข่ หรือ รี กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-9 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ หรือ มน; ขอบของใบเรียบ หรือ หยักเล็กน้อย; ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อยาว 3-7 ซม.; กลีบรองกลีบดอกไม้ 3 กลีบ; เกสรผู้ 3 อัน ไม่ติดกัน อับเรณูมี 2 ช่อง กลม. สมุนไพร ดอกเพศภรรยา ออกเป็นช่อยาว 1.5-3.5 ซม. กลีบรองกลีบดอกโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 3 แฉก; รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย. ผล รูปกลมแป้น มี 3 พู กว้างราว 6 มิลลิเมตร ยาวราว 4 มม. เม็ด ออกจะกลม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าชายเลน.
คุณประโยชน์ : ราก ตำ หรือ ฝน ประสมกับขิง เป็นยาพอก หรือ ทา แก้อาการบวมตามมือและก็เท้า ต้น ยางมีฤทธิ์กัดทำลาย ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ถ้าเข้าตาจะทำให้ปวดอักเสบมาก ถึงทำให้ตาบอดได้ แก่นเรียกว่ากระลำพัก (ตาตุ่มสมุทร) เมื่อเผาไฟจะมีกลิ่นหอมาก ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาขับลม ฟอกเลือด ขับระดู ระบาย แล้วก็ขับเสมหะ ถ้าเกิดเอาไม้จำพวกนี้ไปปักเลี้ยงหอยแมลงภู่ คนที่กินหอยที่เกาะไม้นี้ จะมีผลให้ท้องเสียได้  ควันที่เกิดขึ้นมาจากการเผาต้น ใช้รมแก้โรคเรื้อน  ยางต้นต้มรวมกับน้ำมัน ใช้ทาแก้โรคเรื้อน กัดแผลอักเสบเรื้อรัง ทาถูนวดแก้ปวดตามข้อ รวมทั้งอัมพาต หากรับประทานยางต้นในขนาดต่ำๆเป็นยาถ่าย แต่ว่าถ้าหากรับประทานมากอาจจะเป็นผลให้สตรีแท้งลูกได้ ใบ เป็นพิษ น้ำสุกเปลือก กินเป็นยาทำให้คลื่นไส้ เป็นยาถ่าย แก้โรคลมชัก และก็เป็นยาฝาดสมาน

4
ผู้ใดกันแน่รู้บ้าง สิ่งที่สตรีอยากได้และต้องมี
 ม.ค. 5, 2018  kungtep
สิ่งที่ลูกผู้หญิงอยากและก็จะต้องมี 5ข้อ
โดยธรรมชาติแล้วอาจจะไม่ต่างอะไรกัน ไม่ว่าจะฐานะยากดีมีจนกระทั่ง ทุกคนอยากได้เช่นเดียวกัน
1.เค้าหน้าสวย จะทำให้เป็นที่พึงพอใจของชาย ทำให้ได้พบได้เลือกเพศชายที่ดี ฐานะมั่นคงมาเป็นคู่ครอง อันนี้เลือกไม่ได้
2.ผิวพรรณดี เนียนใสเปล่งปลั่งนุ่ม อันนี้เลือกได้ โดยการคัดสรรเครื่องประทินโฉม มาบำรุงจะได้มา โดยใช้ครีมบำรุง   ผิวหรือกินสมุนไพรช่วยให้ผิวพรรณดีได้
3.ร่างกายแข็งไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย จำต้องคอยมองสุขภาพ หลีกหลี่ยงการนำพิษเข้าสู่ร่างกาย ตรีผลาดีท๊อกซ์สารพิษออกจาก     ร่างกายได้
4.มดลูกแข็งแรงระบบด้านในดี ไม่มีกลิ่น ไม่มีระดูขาว สะอาด มีความต้องการทางเพศพร้อมสนองผัวได้ทุกเมื่อที่เขา   ต้องการ ไม่จู้จี้ขี้บ่น อันนี้เพศชายถูกใจ ว่านชักมดลูกช่วยได้
5.นมใหญ่หรือหน้าอกใหญ่ ผิวพรรณเต่งตึงเป็นสาว2,000ปี แบบงี้ผู้ชายชอบ [url=https://kungtep.com/]กวาวเครือขาว[/b][/url]ช่วยได้
สรุปแล้วหญิงอยากได้สิ่งเหล่านี้เพื่อตอบสนองเพศชายพวกเรารัก อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งที่กว่ามาข้างต้นใครกันแน่ที่ยังไม่มีในข้อไหนลองหาสมุนไพรมากินมอง สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แข็งแรง มีชัยไปกว่าครึ่ง https://kungtep.com/

Tags : กวาวเครือขาว,ว่านชักมดลูก

5
ต้องการเพิ่มกำหนัด จะต้องเอ็กเซอร์ไซส์ เพศหญิงจะเฟิร์ม
 พ.ค. 2, 2016  kungtep
ร่างกายแข็งปั๋ง เพิ่มกำหนัดจำต้องเอ็กเซอร์ไซส์ ผู้หญิงจะเฟิร์ม ช่องคลอดฟิต เพศชายจะมีอารมณ์ทางเพศเพิ่ม แพทย์ออกปาก บริหารร่างกาย ควบคู่กับรับประทาน”ถั่งเช่า” ฟิตทุกรูปทรง เพื่อสุขภาพปึ๋งปั๋งแข็งแรง จำต้องเริ่มปฏิบัติวันนี้
คลินิกสุขภาพชาย สาขาวิชาศัลยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี แนะนำชายไทยให้หาเวลาออกกำลังกาย เล่นกีฬาหลังเลิกงาน แทนการดื่มเหล้า ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้ พบว่าเพศชายไทย เป็นโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อมกันเยอะมาก ไม่เว้นแม้กระทั้งชายหนุ่มอายุยังน้อย ไม่ทันวัยทองน้องชายก็ไม่แข็งเสียแล้ว
พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่ตามคำแนะนำทางด้านการแพทย์ถั่งเช่าดีมากกว่า เล่นกีฬาแล้วก็ออกกำลังกายไม่เสียหลาย มีแต่ว่าได้กับได้ บริหารร่างกายมากแค่ไหนจึงจะดี ข้อนี้อาจถั่งเช่าต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน แล้วก็แม้ว่าท่านเป็นคนที่ไม่เคยบริหารร่างกายมาก่อน ต้องเริ่มทีละน้อยๆอย่าหักโหมจะเป็นโทษ วันละ 20-30 นาทีก่อน อาทิตย์ละสองครั้งตอนเริ่ม อาจวิ่งเหยาะๆเดิน ขี่รถจักรยาน ได้หมด ถ้าหากถูกใจกีฬาจำพวกใดก็เล่นให้บ่อยๆ เมื่อร่างกายเข้าที่เข้าทางก็เพิ่มเวลา เพิ่มครั้งต่อสัปดาห์ ทำเป็นทุกวี่วันยิ่งดี
ผมส่งผลการศึกษาเรียนรู้มาให้มอง ผู้ชายรวมทั้งสตรีที่ออกกำลังกาย 4-5 วันต่อสัปดาห์  มีความต้องการทางเพศสูงยิ่งกว่าคนที่มิได้บริหารร่างกายเลย สำหรับสตรีที่บริหารร่างกายเป็นประจำ รูปร่างเฟิร์ม ช่องคลอดฟิต มองเป็นคนชวนมอง ถั่งเช่ากระตุ้นความรู้สึกทางเพศให้คู่อริมากเพิ่มขึ้น อีกทั้งรู้สึกเชื่อมั่นในความฟิตของตน ทำให้มีเพศสัมพันธ์ได้อย่างแน่ใจ ก็เลยเป็นการเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้น การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยยังบอกอีกด้วยว่า ออกแรงบ่อยมากกว่า จะยิ่งเพิ่มความปรารถนาทางเพศสูงขึ้นไปอีก แล้วหากได้รับประทานถั่งเช่าทิเบตร่วมด้วยอีกอย่างหนึ่งล่ะ ท่านจะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นอย่างมาก สมรรถนะทางเพศไม่ต้องเอ่ยถึงอีก เนื่องจากรับประกันว่าถึงไหนถึงกัน และก็ยิ่งได้ทำกิจกรรมทางเพศบ่อยครั้งขึ้น ร่างกายก็ยิ่งแข็งแรง ไม่แก่ง่ายๆท่านไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลกับอายุที่มากขึ้น ไม่ต้องกลัวขาดฮอร์โมน
ถั่งเช่า[/url] หรือที่ราษฎรรู้จักกันในชื่อหญ้าหนอนสีทองคำ[/color] เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย รวมทั้งบำรุงสมรรถนะทางเพศ มีการศึกษาด้านการแพทย์พบว่า ถั่งเช่าจำพวกนี้มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ สำหรับในการสร้างเสริมระบบรูปแบบการทำงานของร่างกาย ระบบฮอร์โมนเพศ การไหลเวียนของโลหิต ทำให้ของลับถั่งเช่าได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ จึงแข็งตัวดีในระหว่างร่วมเพศ
นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการควบคุมระบบประสาท ช่วยทำให้รู้สึกบรรเทา หายจากความเคร่งเครียด ต้องการรับประทานถั่งเช่า ซื้อหาไม่ยากมีจัดจำหน่ายกันทั่วไป แต่ควรจะเป็นถั่งเช่าทิเบตที่มีคุณภาพ แต่หากอยากได้ชนิดราคาขายส่งรวมทั้งตามมาตรฐานGMP มีทะเบียนยา รับประกันโดยกระทรวงสาธารณสุข สะอาด ได้มาตรฐา ไม่มีอันตราย ต้องโรงงานเชียงดาวเฮิร์บ

6

ถั่งเช่ายาบำรุงสุขภาพ เพิ่มความสามารถให้ร่างกาย
 เดือนเมษายน 21, 2018  kungtep
ถั่งเช่า “บำรุงสุขภาพ” เพิ่มฮอร์โมนเพศแล้วก็ประสิทธิภาพที่ลดน้อยลงไป จิตใจสิ้นหวังไม่เบิกบานเบิกบาน โรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นเพราะว่าร่างกายขาดฮอร์โมนเพศ
 เพิ่มความกระปี้กระเปร่าให้กับชีวิตคุณ ควรจะทานอาหารดีมีประโยชน์พร้อมด้วยอาหารเสริมสุขภาพ “ถั่งเช่าทิเบตบำรุงสุขภาพ
สรรพคุณของถั่งเช่ามีอะไรบ้าง
ยาบำรุงกำลังถั่งเช่า กินได้ทั้งยังเพศชายและก็เพศหญิง กินเสมอๆจะเป็นยาอายุวัฒนะ เลือดลมสูบฉีดดี ส่วนคนที่ยังไม่เข้าเกณฑ์โรคอามรมณ์ทางเพศเสื่อมนี้ อย่าคิดว่าช่างเถอะ ถ้าหากท่านมองไปรอบข้าง ทั้งสภาพแวดล้อมรวมทั้งการดำเนินชีวิตประจำวันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำลายสุขภาพ และทำให้แก่เร็ว
เพิ่มความแข็งแรง ความกำหนัด
ฮอร์โมนต่ำลง เนื่องจากว่าสภาวะห้อมล้อม บางคนเครียดจัด จากการทำงาน ความเมื่อยล้าล้าจากมลภาวะรอบข้าง ส่งผลต่ออารมณ์แล้วก็จิตใจ แปลงเป็นคนไร้อารมณ์ทางเพศไปเลยก็มี

แนวทางรับประทาน ถั่งเช่า
รับประทานถั่งเช่าทิเบตเป็นประจำทุกๆวัน จะช่วยบำรุงรักษาร่างกายและชะลอความแก่ได้ดิบได้ดี จะก่อให้ฮอร์โมนไม่หมดก่อนวัยอันควรจะ
ก่อนซื้อถั่งเช่ามารับประทาน พิจารณาผู้สร้าง เลือกแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เนื่องจากเห็ดถั่งเช่าทิเบตมีหลายอย่าง มีทั้งเห็ดสังเคราะห์ เห็ดขึ้นธรรมชาติแล้วก็ที่เพาะจากฟาร์ม เห็ดถั่งเช่าจะมีคุณภาพดีสุดเป็นเห็ดที่เพาะจากฟาร์มและที่เกิดจากธรรมชาติ ส่วนที่มาจากการสังเคราะห์ มีฤทธิ์ทางยาน้อยมาก
แนวทางสั่งซื้อ ถั่งเช่า
สนใจถั่งเช่า-ประเทศทิเบต หญ้าหนอนสีทองคำ ลองเล่าเรียนข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้อย่างถี่ถ้วน มีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยมากมายก่ายกองเกี่ยวกับสมุนไพรจำพวกนี้ หลายๆท่านที่ได้รับคำเสนอแนะเกี่ยวกับถั่งเช่าไปแล้ว ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มรวมทั้งทดลองกินได้ผลลัพธ์ที่ดี กลับมาปึ๋งปั๋งราวกับพึ่งจะปิ้งเข้าวัยหนุ่ม-สาว

Tags : ถั่งเช่า,ถั่งเช่าทิเบต

7

สมุนไพรพญายอ
เสลดพังพอนตัวเมีย
เสลดพังพอนตัวเมีย ชื่อสามัญ Snake Plant
เสมหะพังพอนตัวเมีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Clinacanthus burmanni Nees, Clinacanthus siamensis Bremek., Justicia nutans Burm. f.) จัดอยู่ในตระกูลเหงือกปลาแพทย์ (ACANTHACEAE)
สมุนไพรเสลดพังพอนตัวเมีย พญายอ มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ลิ้นมังกร ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (จังหวัดเชียงใหม่), พญาบ้องคำ (จังหวัดลำปาง), เสมหะพังพอนตัวเมีย (พิษณุโลก), พญาบ้องดำ พญาข้อทอง (ภาคกลาง), ลิ้นงูเห่า พญายอ (ทั่วไป), โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ชิงเจี้ยน หนิ่วซิ้วฮวา (ภาษาจีนกลาง) ฯลฯ
รูปแบบของเสลดพังพอนตัวเมีย
ต้นเสลดพังพอนตัวเมีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มแกมเถา มักเลื้อยพาดไปตามต้นไม้อื่นๆมีความสูงได้ราวๆ 1-3 เมตร ลำต้นมีลักษณะเกลี้ยง ต้นอ่อนเป็นสีเขียว ลำต้นมีลักษณะกลม ผิวเรียบเป็นปล้องสีเขียว เพาะพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำหรือแยกเหง้ากิ่งก้านสาขาไปปลูก เติบโตเจริญในดินทุกประเภท ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแดดจัด มีเขตการกระจายจำพวกในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย แล้วก็ไทย ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ หรือพบปลูกกันตามบ้านทั่วๆไป
ต้นเสลดพังพอนตัวเมีย
ต้นพญายอ
ใบเสมหะพังพอนตัวเมีย ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงตรงกันข้ามกันเป็นคู่ๆรูปแบบของใบเป็นรูปใบหอก รูปรีแคบขอบขนาน ปลายใบรวมทั้งโคนใบแหลม ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างราวๆ 2-3 ซม. และก็ยาวราว 7-9 ซม. แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบ
ใบเสลดพังพอนตัวเมีย
ดอกพญายอเสลดพังพอนตัวเมีย ออกดอกเป็นช่อกลุ่มที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกประมาณ 3-6 ดอก กลีบดอกไม้เป็นสีแดงส้ม โคนกลีบดอกไม้เชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาวราวๆ 3-4 เซนติเมตร ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก คือ ปากด้านล่างแล้วก็ปากบน ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ กลีบเป็นทรงกระบอก ส่วนกลีบรองกลีบดอกไม้นั้นเป็นสีเขียว ยาวเท่าๆกัน มีขนเป็นต่อมเหนียวๆอยู่โดยรอบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 2 อัน ส่วนเกสรเพศเมียสะอาดไม่มีขน มีดอกในช่วงราวๆตุลาคมถึงเดือนมกราคม (แต่มักจะไม่ค่อยออกดอก)
ดอกเสลดพังพอนตัวเมีย
พญาปล้องทอง
ลิ้นงูเห่า
ผลเสมหะพังพอนตัวเมีย ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ (แต่ว่าผลไม่เคยติดเป็นฝักในประเทศไทย) รูปแบบของผลเป็นรูปกลมยาวรี ยาวได้ราวๆ 0.5 ซม. ก้านสั้น ภายในผลมีเม็ดราวๆ 4 เม็ด
หมายเหตุ : เสลดพังพอน เป็นชื่อพ้องของพรรณไม้ 2 ชนิดเป็นเสลดพังพอนเพศผู้ รวมทั้งเสมหะพังพอนตัวเมีย ซึ่งจะต่างกันตรงที่เสลดพังพอนตัวผู้ลำต้นจะมีหนามและมีดอกเป็นสีเหลือง ส่วนเสลดพังพอนตัวเมียลำต้นจะไม่มีหนามแล้วก็มีดอกเป็นสีแดงส้ม เพื่อไม่ให้เป็นการงงงันหลายๆตำราเรียนจึงนิยมเรียกเสมหะพังพอนตัวเมียว่า “พญายอ” หรือ “พญาข้อทองคำ” โดยเสลดพังพอนตัวผู้นั้นจะมีคุณประโยชน์ทางยาอ่อนกว่าเสมหะพังพอนตัวเมีย และหนังสือเรียนยาไทยนิยมนำมาใช้ทำยากันมาก
คุณประโยชน์ของเสมหะพังพอนตัวเมีย
รากและเปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงกำลัง (รากและก็เปลือกต้น)
ทั้งต้นและก็ใบใช้กินเป็นยาทำลายพิษไข้ ดับพิษร้อน (ต้นรวมทั้งใบ)1,3 ใช้เป็นยาลดไข้ ด้วยการใช้ใบสด 1 กำมือ ตำอย่างละเอียด ผสมกับน้ำซาวข้าว ใช้พอกบนหัวคนเจ็บโดยประมาณ 30 นาที อาการไข้และก็ลักษณะของการปวดหัวจะหายไป (ใบ)6
ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (กินอาหารเป็นพิษไข้ แล้วทำให้โรคกำเริบเสิบสาน) ด้วยการใช้รากสดนำมาต้มกินทีละราว 2 ช้อนแกง (ราก)
ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ ด้วยการนำใบสดมาเคี้ยวประมาณ 10 ใบ กลืนเอาแต่น้ำยาพอให้ยาจืด แล้วจึงคายกากทิ้ง (ใบ)6
ช่วยแก้คางทูม ด้วยการกางใบสดราวๆ 10-15 ใบ ตำให้ละเอียดผสมกับสุราโรง คั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่บวม อาการบวมจะหายไป และก็อาการเจ็บปวดจะหายไปข้างใน 30 นาที (ใบ)
ใช้เป็นยารักษาโรคบิด (ต้นแล้วก็ใบ)
รากใช้ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับระดู (ราก)
ใช้เป็นยาแก้รอบเดือนมาผิดปกติ (ทั้งต้น)
ช่วยแก้อักเสบแบบโรคดีซ่าน (ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้แผลอักเสบเป็นไข้ ไข่ดันบวม ด้วยการใช้ใบสดราว 3-4 ใบ นำมาตำกับข้าวสาร 3-4 เม็ด ผสมกับน้ำพอเปียก ใช้พอกราว 2-3 รอบ จะช่วยทำให้อาการดีขึ้น (ใบ)
ลำต้นเอามาฝนแล้วก็ใช้ทาแผลสดจะช่วยทำให้แผลหายเร็ว (ลำต้น)ใช้รักษาแผลจากสุนัขกัดมีเลือดไหล ด้วยการกางใบสดประมาณ 5 ใบ เอามาตำพอกบริเวณแผลสัก 10 นาที (ใบ)
ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผล แผลจะแห้ง หรือจะใช้ใบสดเอามาตำอย่างละเอียดผสมกับสุรา ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก จะมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อนเจริญ4 ส่วนอีกตำราเรียนบอกว่า นอกเหนือจากการที่จะใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลเปื่อยยุ่ยเนื่องด้วยถูกแมงกะพรุนไฟ แผลหมากัด และแผลที่เกิดขึ้นมาจากการเช็ดกกรดได้อีกด้วย เพียงแต่นำใบไปหุงกับน้ำมันแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ใบประมาณ 3-4 ใบ อาหารสาร 5-6 เม็ด เพิ่มน้ำลงไปให้พอเปียก แล้วเอามาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองเจริญ ทำให้แผลแห้งไว โดยให้เปลี่ยนแปลงยาวันละ 2 ครั้ง พอกไปสักพักหนึ่งแล้วให้เอาน้ำมาหยอดกันยาแห้งด้วย (ใบ)
ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ด้วยการกางใบสดตำผสมกับเหล้าใช้ทา หรือใช้เหล้าสกัดใบเสลดพังพอน จะได้น้ำยาสีเขียวเอามาทาแก้ผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้สิวเม็ดผดผื่นคัน ด้วยการนำใบมาดองกับเหล้า แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวแล้วก็เม็ดผดผื่นคัน (ใบ)
ใช้แก้ฝี ด้วยการกางใบเอามาโขลกผสมกับเกลือแล้วก็สุรา ใช้พอกบริเวณที่เป็น แปลงยาทุกยามเช้าและก็เย็น (ใบ)
ทั้งต้นรวมทั้งใบใช้เป็นยาขับพิษ ทำลายพิษ โดยยิ่งไปกว่านั้นพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ตัวอย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง ฯลฯ รวมถึงผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ลมพิษ แผลไฟเผาน้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ใบสดราว 5-10 ใบ เอามาขยี้หรือตำใช้ทาบริเวณที่เป็น หรือใช้ใบสดเอามาตำให้เพียงพอแหลก แช่ลงในเหล้าขาวโดยประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจากนั้นจึงค่อยนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลส่วนอีกตำรับยาแก้ลมพิษ ตามข้อมูลระบุว่า ให้ใช้ใบตำผสมกับดินสอพอง ใส่น้ำบางส่วน ใช้ทาบริเวณที่เป็น (ใบ)

คนกรุงจะนำใบมาตากแห้งแล้วตำผสมกับแมงป่องปิ้ง ใช้เป็นยาแก้พิษงู (ใบ)
พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังจำพวกเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ขยุ้มตีนสุนัข และก็ใช้เป็นยาทำลายพิษต่างๆด้วยการกางใบเสมหะพังพอนตัวเมียสดโดยประมาณ 10-20 ใบ (เลือกเอาเฉพาะใบสดสีเขียวเข้มเป็นมัน ไม่อ่อนหรือแก่กระทั่งเหลือเกิน) แล้วเอามาตำผสมกับสุราหรือน้ำมะนาว คั้นเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและเอากากพอกรอบๆแผล หรืออีกแนวทางให้เตรียมเป็นทิงเจอร์เพื่อใช้ทารักษาอาการอักเสบจากเริมในปาก โดยใช้ใบสด 1 โล นำมาปั่นให้รอบคอบ เพิ่มแอลกอฮอล์ 70% ลงไป 1 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ 7 วัน ระเหยบนเครื่องอังละอองน้ำให้ปริมาตรน้อยลงกึ่งหนึ่ง (ห้ามตั้งบนเตาไฟโดยเด็ดขาด) และเพิ่มกลีเซอรีน (Glycerine pure) อีกเท่าตัว (ครึ่งลิตร) แล้วนำน้ำยาเสลดพังพอนกลีเซอรีนที่ได้มาใช้ทาแผลเริม งูสวัด แผลร้อนในปาก รวมทั้งใช้ถอนพิษต่างๆสำหรับแบบเรียนยาแก้งูสวัดอีกตำรับจะใช้ใบสดผสมกับลำโพง โกฐน้ำเต้า อย่างละเท่ากัน รวมกันตำให้พอแหลก แช่กับเหล้า แล้วประยุกต์ใช้ทาแก้แผลงูสวัด (ใบ)
พญายอ ใช้แก้ถูกหนามพุงดอตำหรือถูกใบตะลังตังช้าง ด้วยการนำขี้ผึ้งแท้มาลนลานไฟให้ร้อน แล้วเอามาคลึงเพื่อดูดเอาขนย้ายใบตะลังตังช้างออกเสียก่อน แล้วจึงใช้ใบเสมหะพังพอนผสมกับเหล้าทาบริเวณที่เป็น (ใบ)
ใช้เป็นยาแก้แพ้เกสรรักษาป่า ยางรักป่า รวมทั้งยางสาวน้อยประแป้ง ด้วยการกางใบผสมกับเหล้า นำมาทาบริเวณที่คัน (ใบ
ใช้แก้ฝึก เหือด ด้วยการใช้ใบสดราว 7 กำมือ เอามาต้มกับน้ำ 8 แก้ว ต้มให้เดือด 30 นาที เทยาออกรวมทั้งผึ่งให้เย็น แล้วนำใบสดมาอีก 7 กำมือ ตำผสมกับน้ำ 8 แก้ว แล้วเอาน้ำยาทั้งสองมาผสมกัน ใช้อีกทั้งรับประทานและชโลมทา (ยาชโลมให้ใส่พิมเสนลงไปน้อย) เด็กที่เป็นหัด เหือด ให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว (ใบ)
พญายอ ทั้งต้นใช้เป็นยาพาราบวม กลยุทธ์ปวดเมื่อย ฟกช้ำ กระดูกร้าว ช่วยขับความชุ่มชื้นในร่างกาย แก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้าเนื่องจากว่าเย็นชื้น (ทั้งต้น)
รากใช้เป็นยาแก้อาการปวดเมื่อยล้าบั้นเอว (ราก)
ขนาดและวิธีใช้ : ยาแห้งให้ใช้ครั้งละ 5-10 กรัม เอามาต้มกับน้ำรับประทาน ส่วนยาสดให้ใช้ครั้งละ 30 กรัม เอามาตำคั้นเอาน้ำรับประทาน หรือตำพอกแผลข้างนอก
ข้อควรคำนึงพญายอ
: แม้ในอดีตกาลจะมีการใช้ใบสดเอามาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นแผล แต่ในขณะนี้แนวทางนี้ไม่เป็นที่นิยมแล้ว ด้วยเหตุว่าจะทำความสะอาดได้ยาก ทำให้กากติดแผล และอาจจะเป็นผลให้ติดเชื้อเป็นหนองได้
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเสมหะพังพอนตัวเมีย
พญายอ รากพบสาร Betulin, Lupeol, β-sitosterol ส่วนใบพบสาร Flavonoids ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบ สารกลุ่ม monoglycosyl diglycerides ได้แก่ 1,2-O-dilinolenoyl-3-O-b-d-glucopyranosyl-sn-glycerol แล้วก็สารกลุ่ม glycoglycerolipids ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสเริม
จากการทดลองในสัตว์ใช้สกัดจากใบสดของเสมหะพังพอนตัวเมียด้วย n-butanol พบว่า สามารถลดการอักเสบได้2 โดยพบว่าจะช่วยลดการอักเสบของข้อเท้าหนูที่ทำให้บวมด้วยสาร carrageenan ได้ เมื่อใช้ตำรับยาที่มีเสลดพังพอนตัวเมียร้อยละ 5 ใน Cold cream แล้วก็สารสกัดด้วยเอทานอลจากใบ เอามาทาเฉพาะที่ให้หนูแรท จะช่วยลดการอักเสบเรื้อรังได้ แม้กระนั้นเมื่อใช้สารสกัดด้วย n-butanol มาทาที่ผิวหนังจะไม่เป็นผล
สารสกัดจากใบความเข้ม 15 กรัม ต่อ 1 กก. มีประสิทธิภาพต้านการอักเสบได้ดิบได้ดี
เมื่อให้หนูเม้าส์รับประทานสารสกัดด้วย n-butanol จากใบ พบว่า จะช่วยลดความเจ็บของหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้ปวดด้วยกรดอะซีตำหนิคได้ ขึ้นรถสกัดความแรง 90 มก.ต่อโล จะมีฤทธิ์ใกล้เคียงกับเฟนนิวบิวทาโซนขนาด 100 มก.ต่อกก. ส่วนสารสกัดด้วยน้ำรวมทั้งสารสกัดด้วยเอทานอล 60 จากใบ พบว่าไม่มีผลลดความเจ็บปวด
สารสกัดด้วยเฮกเซน บิวทานอล และเอทิลอะซิเตทจากใบเสมหะพังพอนตัวเมียมีฤทธิ์ต้านทานไวรัสเชื้อเริม HSV-1 เมื่อนำไปทำเป็นตำรับเจลโดยใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นจำนวนร้อยละ 4 แล้วก็ใช้ carbopol 940 เป็นสารก่อเจล พบว่าจะมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสได้ดิบได้ดีและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ ในขณะเมื่อใช้สารก่อเจล poloxamer 407 จะเป็นพิษต่อเซลล์ รวมทั้งจากรายงานการดูแลรักษาคนไข้โรคเริมที่อวัยวะสืบพันธุ์จำพวกเป็นซ้ำด้วยการใช้ยาจากสารสกัดเสมหะพังพอนตัวเมีย เปรียบเทียบกับยา acyclovir แล้วก็ยาหลอก โดยให้คนป่วยป้ายยาวันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 6 วัน พบว่าไม่ต่างอะไรในระยะเวลาการตกสะเก็ดของแผลผู้เจ็บป่วยที่ใช้ยาจากสารสกัดใบและยา acyclovir โดยแผลจะเป็นสะเก็ดด้านใน 3 วัน รวมทั้งหายสนิทภายใน 7 วัน ซึ่งผิดแผกแตกต่างกับยาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยยาที่สกัดจากใบเสมหะพังพอนตัวเมียจะไม่ก่อให้เกิดการอักเสบและก็เคือง ในเวลาที่ acyclovir จะทำให้แสบ ยิ่งกว่านั้นยังมีการใช้ยาที่ทำมาจากเสลดพังพอนตัวเมียในผู้เจ็บป่วยโรคเริม งูสวัด และแผลอักเสบในปาก แล้วพบว่าสามารถรักษาแผลแล้วก็ลดการอักเสบก้าวหน้า
พญายอ สารที่สกัดจากบิวทานอล (Butanol) ของใบเสมหะพังพอนตัวเมีย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคเชื้อไวรัส Varicella zoster ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสจำพวกที่กระตุ้นให้เกิดเริมรวมทั้งอีสุกอีใส3 จากรายงานการรักษาคนเจ็บโรคงูสวัดด้วยยาจากสารสกัดจากใบเปรียบเทียบกับยาหลอก โดยให้ทายาวันละ 5 ครั้ง ตรงเวลา 1-2 อาทิตย์ จวบจนกระทั่งแผลจะหาย พบว่าผู้เจ็บป่วยสุดที่รักษาด้วยสารสกัดจากใบเสลดพังพอนตัวเมีย แล้วมีแผลเป็นสะเก็ดด้านใน 3 วัน แล้วก็หายภายใน 7-10 วัน จะมีเป็นจำนวนมากกว่ากลุ่มหวานใจษาด้วยยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และก็ระดับความเจ็บปวดจะน้อยลงเร็วกว่ากรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก โดยไม่พบผลข้างเคียงอะไรก็แล้วแต่9
จากการทดสอบความเป็นพิษ เมื่อป้อนสารสกัด n-butanol จากใบให้หนูเม้าส์ พบว่าเป็นพิษน้อย แต่ว่าจะเป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าท้อง ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลขนาด 1.3 กรัมต่อกิโลกรัม (เทียบเท่าใบแห้ง 5.44 กรัมต่อกก.) เมื่อเอามาป้อนเข้าทางปากหรือฉีดเข้าท้องหนูเม้าส์ พบว่าไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการเป็นพิษใดๆก็ตาม
จากการศึกษาพิษกึ่งเรื้อรัง
ด้วยการป้อนสารสกัด n-butanol จากใบในขนาด 270 แล้วก็ 540 มก.ต่อโล ให้หนูแรททุกเมื่อเชื่อวัน นาน 6 อาทิตย์ พบว่าไม่เป็นผลต่อการเติบโต แต่ว่าพบว่ามีน้ำหนักต่อมธัยมัเศร้าใจลง ขณะที่น้ำหนักของตับมากขึ้น และไม่พบว่ามีความผิดปกติต่ออวัยวะอื่นๆหรืออาการไม่ปรารถนาแม้กระนั้นอ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเสลดพังพอน (พญายอ)

8

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งปนเลื้อย เถาแล้วก็ใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงกันข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้งามในดินที่บริบูรณ์ แดดปานกลาง พบมากตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาดีแล้วก็ย้ายไปปลูกในแปลง ดูแลเหมือน พืชไม้ทั่วๆไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกลางที่บริบูรณ์ ไม่แก่หรือเปล่าอ่อนกระทั่งเกินไป ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูเจริญ โดยยิ่งไปกว่านั้นส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” ตระกูลสถิต ฉั่วกุล แล้วก็ภาควิชาได้ศึกษาเล่าเรียนพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโม้นนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต่อต้านพิษงูยังคลุมเครือ แต่ไม่เป็นอันตรายพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแม้กระนั้นไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย อย่างเช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากมายน้อยตามรอบๆที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้รอบคอบ เพิ่มเติมแอลกอฮอล์พอเพียงเปียกยา ตั้งทิ้งเอาไว้ 1 อาทิตย์ หมั่นคนยาทุกเมื่อเชื่อวัน กรองน้ำยา ใช้น้ำ และกากทาบบริเวณที่เจ็บบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
พญายอ หรือ เสมหะพังพอน เพราะเหตุว่าเสมหะพังพอนมีตลอดตัวผู้ละตัวเมีย แต่เพศผู้ไม่นิยมนำมาใช้เพราะว่ามีฤทธิ์อ่อน และก็เพื่อไม่ให้งงมากจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า "พญายอ" ส่วนมากนำมาทำเป็นยาสมุนไพรไทยจัดอยู่ในกลุ่มพืชถอนพิษ  “พญายอ” เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาใช้ภายนอกรักษาข้างนอก มีสรรพคุณบรรเทาการอักเสบของผิวหนังก้าวหน้า  มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัส
คุณลักษณะของผงพญายอสำหรับในการบำรุงผิวพรรณ
- ใช้แก้สิวเม็ดผดผื่นคัน ด้วยการนำมาดองกับเหล้า แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวและเม็ดผดผื่นคัน
- ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ผสมกับสุราใช้เป็นยาแก้ผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ลมพิษ แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
- ใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวก พญายอมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อนได้ดี
- อีกตำราเรียนกล่าวว่านอกเหนือจากการที่จะใช้รักษาแผลไฟเผาน้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลเปื่อยด้วยเหตุว่าถูกแมงกะพรุนไฟ แผลหมากัด รวมทั้งแผลที่เกิดจากการเช็ดกกรดได้อีกด้วย
- ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย เอามาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองเจริญ ทำให้แผลแห้งไว
- ใช้แก้ฝี ด้วยการผสมกับเกลือแล้วก็เหล้า ใช้พอกบริเวณที่เป็น เปลี่ยนแปลงยาทุกเช้าและเย็น
- ใช้เป็นยาขับพิษ ถอนพิษ โดยเฉพาะพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ยกตัวอย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง ฯลฯ
- พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังประเภทเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ไฟลามทุ่ง รวมทั้งใช้เป็นยาทำลายพิษต่างๆเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและเอากากพอกรอบๆแผล
- มีฤทธิ์แก้อาการแพ้ ลดการอักเสบ สามารถลดการอักเสบเรื้อรังได้
- มีฤทธิ์ลดความเจ็บ ช่วยลดลักษณะของการปวด
- มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสเจริญและไม่เป็นพิษต่อเซลล์

วิธีการพอกขัดผิวด้วยผงพญายอ

  • ชำระล้างผิวหน้าด้วยสินค้าล้างหน้าล้างตาและขัดถูเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนกรรมวิธีการขัดพอกผิว
  • ใช้ผสมกับน้ำสะอาด (หรือ ผงสมุนไพรอื่นๆน้ำผึ้ง นม หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ)
  • สามารถใช้พอกหรือขัดได้อีกทั้งผิวหน้าแล้วก็ผิวกาย เสมอๆ อาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง


     - สำหรับผิวหน้า พญายอหากเป็นสิวอักเสบ ห้าม ขัดโดยเด็ดขาด ให้ใช้เป็นการพอกผิวแทน เพื่อไม่ให้เชื้อสิวลุกลามไปทั่วบริเวณใบหน้า และก็เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผิวหน้ามากเกินความจำเป็น พอกทิ้งไว้โดยประมาณ 15 นาที
     - ถ้าหากใช้ขัด (สำหรับคนที่ไม่เป็นสิว แล้วก็ผิวกาย) ให้ขัดให้เบาไม้เบามือที่สุด ราวๆเพียงแค่คลำเพียรพยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย ห้ามกดแรงลงบนนิ้วขณะขัด และก็ให้ขัดแค่ 5 นาทีก็เพียงพอที่สารสำคัญจะออกฤทธิ์แล้ว เมื่อครบ 5 นาทีให้พอกทิ้งไว้กระทั่งแห้ง (อาจใช้ระยะเวลาพอกทิ้งไว้โดยประมาณ 15 นาที)

  • พญายอ ภายหลังจากแห้งแล้ว ให้ทำความสะอาดโดยการล้างด้วยน้ำปกติ (ไม่สมควรใช้น้ำอุ่น) ล้างแบบเบาที่สุดหรือให้เปิดฝักบัวเบาๆและปลดปล่อยให้น้ำรดผ่านผิวไปสัก 2-3 นาที แล้วก็ใช้ฝ่ามือคลำให้ค่อยที่สุด โดยใช้แนวทางล้างเดียวกับการขัดหน้า คือ พยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย
  • ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ดูดซึมหน้าให้แห้ง


Tip  เพื่อการบำรุงที่เพิ่มขึ้น เมื่อพอกหรือขัดผิวด้วยผงสมุนไพรแล้ว ให้เอาน้ำผึ้งผสมน้ำกินธรรมดาในอัตราส่วน 1 ช้อนชาเสมอกัน ทาให้ทั่วผิวหน้า แล้วนวดวนเบาๆทั่วบริเวณใบหน้าสักนิดหน่อย ทิ้งน้ำผึ้งไว้ 10 นาที ก็ล้างออก เพื่อเป็นการคืนความสดชื่นให้แก่ผิว ทั้งช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระจ่างขาวสวยใส ดูอ่อนกว่าวัยเพิ่มขึ้น http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเสลดพังพอน (พญายอ)

9

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งแกมเลื้อย เถาและใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้งามในดินที่สมบูรณ์ แสงแดดปานกลาง พบได้ทั่วไปตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาดีแล้วก็ย้ายไปปลูกในแปลง ดูแลรักษาเหมือน พืชไม้ทั่วไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรือไม่อ่อนจนเกินไป ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” วงศ์สถิต ฉั่วกุล และคณะได้ศึกษาพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโวนนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต้านพิษงูยังไม่ชัดเจน แต่ปลอดภัยพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแต่ไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้ละเอียด เติมแอลกอฮอล์พอชุ่มยา ตั้งทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ หมั่นคนยาทุกวัน กรองน้ำยา ใช้น้ำ และกากทาบบริเวณที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า สารสกัดจากใบพญายอ สามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส งูสวัด (varicella zoster virus) ทั้งภายในและภายนอกเซลล์ คือ ยับยั้งไวรัสโดยตรง และยับยั้งการเพิ่มจำนสวนของไวรัส
ผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยยะสืบพันธุ์ที่ติดเชื้อครั้งแรกและติดเชื้อซ้ำ เมื่อรักษาโดยทาแผลของผู้ป่วยด้วยครีมพญายอ (5%) เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน acyclovir พบว่า แผลของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาจากสารสกัดใบ[url=http://www.disthai.com/16913677/%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2]พญายอ[/url]และ acyclovir จะตกสะเก็ดภายในวันที่ 3 และหายภายในวันที่ 7 แสดงว่าครีมพญายอและครีม acyclovir มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ให้หายได้เร็วพอกัน แต่ครีมพญายอ ไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง ในขณะที่ครีมทำให้แสบและราคาแพง
ผู้ป่วยโรคงูสวัด เมื่อรักษาโดยทาแผลด้วยครีมพญายอ (5%) วันละ 5 ครั้งทุกวัน ปรากฎว่าแผลจะตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และหายภายใน 7-10 วัน พบว่าผู้ป่วยจะหายเร็วกว่าการใช้ยาชนิดอื่น และไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ จากการใช้สารสกัดใบพญายอ
เห็นได้ชัดว่า สมุนไพรไทย พญายอ มีสรรพคุณมากมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้สมุนไพร คุณผู้อื่นต้องศึกษาให้ละเอียด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
รากของพญาปล้องทอง ประกอบด้วยสาร Lupeol, B-Sitosterol, Stigmasterol และมีการทดลองพบว่าสารสกัดด้วยสารละลายบิวทานอล (butanol) จากใบของพญาปล้องทอง มีสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สามารถระงับอาการอักเสบได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้มีการผลิต ครีมพญายอ ขึ้นเพื่อนำมารักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดได้ ทำให้แผลตกสะเก็ดหายเร็ว ลดอาการปวดได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ครีมพญายอ จึงไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง มีการนำมาออกจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 1-3 เมตร มีลำต้นและกิ่งก้านสีเขียวเข้ม ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน รูปรีแคบขอบขนานกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียยาวโผล่พ้นหลอดออกมา ปลายแยกเป็น 2 ปาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่ค่อยออกดอก ส่วนมากขึ้นตามป่า หรือปลูกกันตามบ้าน ดังนั้นการขยายพันธุ์จึงทำได้โดยการปักชำหรือ การแยกเหง้าแขนงไปปลูก
วิธีการปลูก
การปลูกพญายอ ส่วนใหญ่ใช้กิ่งปักชำโดยเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ปราศจากโรค ไม่แก่ หรือไม่อ่อนเกินไป ตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาว 6-8 นิ้ว และมีตาบนกิ่งประมาณ 1-3 ตา ให้มีใบเหลืออยู่ที่ปลายยอด ประมาณ 1/3 ของกิ่ง ทาปูนแดงบริเวณรอยตัดของต้นตอ และกิ่งพันธุ์เพื่อป้องกันเชื้อรา ปักชำลงในถุงที่มีวัสดุปักชำเป็นดินร่วนปนทราย จะช่วยให้อัตราการออกรากของกิ่งชำสูง คุณภาพของรากดี และสะดวกในการขุดย้ายต้นไปปลูก โดยปักชำกิ่งลงในวัสดุปลูกลึกประมาณ 3 นิ้ว เอียง 45 องศา รดน้ำให้ชุ่มและรักษาความชื้นให้เพียงพอ โดยกิ่งชำไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง และควรดูแลความชื้นในอากาศ กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3-4 สัปดาห์ เมื่อกิ่งชำที่มีอายุ 3-4 สัปดาห์ ที่ชำไว้ในแปลงชำหรือในถุงชำ โดยใช้ช้อนขุดหรือเสียมแซะกิ่งชำลงปลูกในหลุมปลูกที่เตรียมไว้ 1 ต้นต่อหลุม กลบดิน และกดดินที่โคนให้แน่น รดน้ำหลังจากปลูกทันที
การเก็บ เก็บใบขนาดกลาง ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป การเก็บเกี่ยวให้ใช้วิธีการตัดต้นเหนือระดับผิวดินประมาณ 10 ซม. หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ต้นตอเดิมยังงอกแตกแขนงเติบโตได้อีก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปได้
การดูแลรักษา ควรให้น้ำในระยะ 1-2 เดือนแรก ควรรดน้ำทุกวัน ถ้าแดดจัดควรรดน้ำเช้า-เย็น เมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไปแล้วอาจให้น้ำวันเว้นวัน ในฤดูฝนถ้ามีฝนตกอาจจะไม่ต้องให้น้ำ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินอุดมสมบูรณ์ ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ไม่ชอบดินลูกรังหรือดินเหนียว ชอบอากาศร้อนชื้น ขึ้นได้ดีทั้งที่มีแดดและที่ร่ม
ลักษณะใบพญาปล้องทอง
ส่วนที่นำมาใช้ ใช้ได้ทั้งใบ และราก
ใบ

  • นำมารักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด ให้ใช้ใบสด 10-20 ใบ นำมาตำผสมกับเหล้าหรือ น้ำมะนาว คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
  • นำมาทาบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยเป็นผื่นคัน ให้ใช้ใบสด 5-10 ใบ ตำขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผลที่แพ้ จะยุบหายได้ผลดี
  • นำมาแก้แผลน้ำร้อนลวก ให้ใช้ใบตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ แผลจะแห้ง หรือ นำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับสุรา มีสรรพคุณดับพิษร้อนได้ดี


รากพญายอ
ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับระดู แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว
http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพร เสลดพังพอน (พญายอ)

10

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เติบโตในแถบอินเดีย แอฟริกา รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและก็ลำต้นนำมาใช้เป็นยารักษาโรคตามหมอแผนโบราณของประเทศอินเดียรวมทั้งจีนมาอย่างนาน ใช้รักษาหลายโรค เช่น โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และก็ยังเอามาทำอาหารได้อีกด้วย
ใบบัวบก
ใบบัวบกมีสารออกฤทธิ์หลักที่มีคุณประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายอยู่หลากหลายประเภท เป็นต้นว่า ซาโปนิน (Saponin) หรือสามเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) เอเชียตำหนิวัวไซด์ (Asiaticoside) กรดเอเชียติเตียนก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) รวมทั้งกรดมาดีติดอยู่สสิค (Madecassic Acid) ก็เลยทำให้ประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ โดยเชื่อว่ามีสรรพคุณหลายประเภท เป็นต้นว่า ทุเลาอาการอักเสบ แม้ใช้รับประทานอาจมีคุณสมบัติช่วยลดระดับความดันเลือดในหลอดเลือดดำ และก็นำมาใช้รักษาโรคหรืออาการที่มีเหตุมาจากการต่อว่าดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆอย่างเช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ การต่อว่าดเชื้อที่ระบบทางเดินเยี่ยว โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาตกโรค โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด ฯลฯ นอกเหนือจากนั้น ยังมีความคิดว่าถ้าเกิดใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับการสมานรอยแผล ลดลางเลือนรอยแผลเป็น รวมถึงปัญหาท้องลายที่มีต้นเหตุจากการตั้งท้อง แต่ว่าเครื่องพิสูจน์หรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยมีมากมายน้อยแค่ไหนที่จะช่วยรับรองความเลื่อมใส สรรพคุณ และความปลอดภัยของใบบัวบกสำหรับในการรักษาโรคเหล่านี้
การดูแลรักษาด้วยใบบัวบกที่บางทีอาจสำเร็จ
เส้นเลือดขอด มีการเรียนชิ้นหนึ่งแถลงการณ์ว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยทำนุบำรุงรวมทั้งสร้างสมดุลสำหรับการเติบโตของเยื่อเกี่ยวเนื่อง (Connective Tissues) เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือด ส่งผลต่อความดันในเส้นเลือดฝอยและก็เส้นโลหิตขอด ลดอัตราการกรองของเส้นเลือดฝอยโดยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด นอกนั้น ยังมีการเรียนรู้โดยการทบทวนงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เกี่ยวข้อง 8 ชิ้นเกี่ยวกับการดูแลรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบกในผู้ป่วยที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดเรื้อรัง พบว่าอาการปวดขา ขาหนัก และอาการบวมน้ำบรรเทาลงอย่างเป็นจริงเป็นจัง แม้สารสกัดจากใบบัวบกบางทีอาจช่วยบรรเทาอาการคนป่วยเส้นโลหิตขอดเรื้อรังลงได้ แต่ว่าจากงานศึกษาเรียนรู้บอกว่าบทสรุปข้างต้นต้องตีความด้วยความระวังเนื่องด้วยข้อกำหนดต่างๆของการค้นคว้า แล้วก็ยังจำต้องศึกษาเพิ่มอีกเพื่อหาหลักฐานที่มีความถูกต้องแน่ใจแล้วก็มีคุณภาพมากพอสำหรับในการประเมินคุณภาพการดูแลและรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบก
การดูแลและรักษาด้วยใบบัวบกที่เป็นได้ แต่ยังมีหลักฐานช่วยเหลือน้อยเกินไป
โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ใบบัวบกบางทีอาจช่วยในการลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตได้ จากการเรียนชิ้นหนึ่งโดยให้อาสาสมัครโรคเส้นโลหิตแดงแข็งที่ไม่ออกอาการกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกตรงเวลา 6 เดือน รวมทั้งอีกกรุ๊ปไม่รับประทาน แล้วตรวจหาความหนาแน่นของไขมันหรือพลัค (Plagues) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุของหลอดเลือด พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของอาสาสมัคร 2 กรุ๊ปไม่ได้ต่างอะไรกัน แต่ในกลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกพบว่า อนุมูลอิสระในเลือดลดน้อยลง จำนวนไขมันหรือพลัคที่เส้นโลหิตแดงใหญ่ที่คอรวมทั้งขาลดลง รวมทั้งลักษณะของพลัคความดกและก็ความยาวก็ต่ำลงด้วยด้วยเหมือนกัน ทั้งยังยังไม่เจออาการที่ไม่ปรารถนา สามารถทนต่ออาการใกล้กันได้ รวมทั้งมีการบันทึกผลการตรวจเลือดเป็นประจำ เพราะเหตุว่าหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อโรคเส้นเลือดแดงแข็งยังไม่เพียงพอ ก็เลยจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
ปกป้องลิ่มเลือด การกินใบบัวบกอาจช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดที่ขาซึ่งเกิดขึ้นจากการขึ้นรถเรือบินเป็นเวลานาน จากหลักฐานที่ได้รับการพัฒนาชี้แนะว่าใบบัวบกบางทีอาจช่วยลดของเหลวแล้วก็เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในคนที่ขึ้นรถเรือบินติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แจ้งชัดว่าการศึกษาชิ้นนี้จะหมายคือการลดการสั่งสมของลิ่มเลือด เพราะเหตุว่าหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการคุ้มครองป้องกันลิ่มเลือดยังไม่พอ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ในผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน งานค้นคว้าวิจัยหนึ่งให้คนเจ็บโรคเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดฝอยจำนวน 50 คน กินสารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีสารไตรเทอร์พีนอยด์เป็นข้อสำคัญ ขนาด 60 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวันตรงเวลา 6 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่กินยาหลอก พบว่าสารไตรเทอร์พีนอยด์ของใบบัวบกมีประโยชน์ต่อการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยของผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน แต่ว่าหลักฐานสนับสนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการไหลเวียนของโลหิตยังน้อยเกินไป จึงจำเป็นต้องศึกษาต่อไป
แผลโรคเบาหวาน มีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความสามารถและผลกระทบของการกินสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลโรคเบาหวาน โดยแบ่งผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 200 คนออกเป็น 2 กรุ๊ป โดยกรุ๊ปหนึ่งกินสารเอเชียติโคไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มิลลิกรัม และก็อีกกลุ่มรับประทานยาหลอกจำนวน 2 แคปซูลหลังมื้อของกินวันละ 3 ครั้ง รวมทั้งมีการให้คะแนนทุก 7 วัน พบว่าแผลของผู้เจ็บป่วยที่รับประทานสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีกว่าและไม่เจอผลข้างเคียง หรือกล่าวได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีประสิทธิภาพสำหรับการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น แล้วก็สามารถใช้ได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เกิดผลข้างเคียง แต่เพราะหลักฐานส่งเสริมคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการดูแลและรักษาแผลโรคเบาหวานยังไม่พอ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
แผล สารออกฤทธิ์ของใบบัวบก เช่น เอเชียว่ากล่าววัวไซด์ กรดทวีปเอเชียติก มาเดแคสโซไซด์ และก็กรดมาดีค้างสสิค เป็นสารช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกายและก็อาจมีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาแผลต่างๆทั้งยังแผลขนาดเล็ก แผลไฟไหม้ แผลจากโรคสะเก็ดเงินหรือโรคหนังแข็ง รวมทั้งรอยแผลแบบนูน ซึ่งจากงานค้นคว้าชิ้นหนึ่งได้เสนอแนะว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกบริเวณผิวหนังหลังจากเย็บแผลแล้ว 2 ครั้งต่อวัน ต่อเนื่องนาน 6-8 สัปดาห์ อาจช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้ รวมถึงแผลเป็นแบบนูนหรือคีลอยด์ แต่ว่าเพราะหลักฐานส่งเสริมคุณลักษณะของใบบัวบกต่อแผลเป็นยังน้อยเกินไป ก็เลยจำต้องศึกษาต่อไป
ท้องลาย จากการตั้งครรภ์ ได้มีงานศึกษาเรียนรู้เสนอแนะให้คนที่กำลังตั้งท้องทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี และก็คอลลาเจน บ่อยๆทุกวี่วันในตอน 6 เดือนท้ายที่สุดก่อนที่จะมีการคลอด ซึ่งบางทีอาจช่วยปัญหารอยแตกได้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีการทดลองโดยให้หญิงมีครรภ์ปริมาณ 100 คน ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี และคอลลาเจน-อีลาสติน ไฮโดรไลเซท ทาบริเวณผิวหนังที่มีรอยแตกเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของใบบัวบกอาจก่อให้เกิดรอยแตกหรือท้องลายน้อยกว่าในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเนื่องจากหลักฐานช่วยเหลือคุณสมบัติของใบบัวบกต่อรอยแตกหรือท้องลายยังไม่แน่นอน จึงควรต้องศึกษาต่อไป
ลดความรู้สึกวิตกกังวล การรักษาแบบหมอแผนจีนมีการนำใบบัวบกมาใช้เพื่อบรรเทาอาการหม่นหมองรวมทั้งความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งสอดคล้องกับการเล่าเรียนทดสอบชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับความสามารถของใบบัวบกสำหรับการลดความหนักใจ โดยสุ่มให้อาสาสมัครกินใบบัวบกในปริมาณ 12 กรัมหรือรับประทานยาหลอก จากผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าใบบัวบกมีฤทธิ์ต่อต้านความวิตก ช่วยลดความเครียด แต่ยังคงต้องศึกษาเพิ่มอีกต่อไปถึงคุณภาพของใบบัวบกสำหรับเพื่อการรักษาโรคกังวล
โรคและอาการอื่นๆเป็นต้นว่า ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นลมแดด การตำหนิดเชื้อทางเดินฉี่ โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ท้องเดิน อาหารไม่ย่อย ซึ่งยังจำเป็นจะต้องวิจัยหาความสามารถรวมทั้งความปลอดภัยสำหรับการรักษาต่อไป

ความปลอดภัยสำหรับในการกินใบบัวบก
 การใช้สารสกัดจากใบบัวบกทาบริเวณผิวหนังอาจมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แม้กระนั้นการรับประทานใบบัวบกอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก คนที่กำลังท้อง หรือผู้ที่อยู่ในตอนให้นมบุตร เพราะเหตุว่ายังไม่มีหลักฐานด้านการแพทย์พอเพียงที่จะช่วยเหลือถึงเรื่องความปลอดภัยอีกทั้งต่อเด็ก มารดา หรือทารกในท้อง
การกินใบบัวบกบางทีอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อตับ ด้วยเหตุนั้นผู้ที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับไม่ควรรับประทานใบบัวบก เนื่องจากว่าอาจจะเป็นผลให้อาการต่างๆห่วยแตกลงได้ รวมถึงไม่ควรกินใบบัวบกร่วมกับยาที่ส่งผลต่อตับในกรุ๊ปพวกนี้ ได้แก่ พาราเซตามอล อะไม่โอดาโรน คาร์บามาซีปีนป่าย ไอโซไนอะสิด ซิมวาสแตติเตียนน เป็นต้น
การรับประทานใบบัวบกในปริมาณมากอาจก่อให้รู้สึกง่วงนอนได้มากกว่าธรรมดา หรือถ้ารับประทานร่วมกับยานอนหลับหรือยากังวลใจลดลง อย่างเช่น โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ฟิโนบาร์บิทอล และก็โซลพิเดม
ควรจะหยุดรับประทานใบบัวบกอย่างน้อย 2 อาทิตย์สำหรับผู้ที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากว่าบางทีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้ในการผ่าตัดและก็อาจทำให้รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนได้มากขึ้น
ควรขอคำแนะนำแพทย์ก่อนรับประทานใบบัวบก หากอยู่ในช่วงการใช้ยาหรืออาหารเสริมชนิดอื่นๆอยู่เป็นประจำ เพราะอาจจะเป็นผลให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์แม้กินใบบัวบกในระหว่างการดูแลรักษาของคนป่วยโรคตื่นตระหนก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง คนไข้อัลไซเมอร์ รวมทั้งคนที่ใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล แล้วก็ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจจะส่งผลให้กดประสาทเยอะขึ้น http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

11

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เราต่างรู้จักกันดีในฐานะของผักประจำถิ่น นิยมนำมารับประทานกับน้ำพริกหรือเมนูอาหารต่างๆแบบสดๆแล้วก็ยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเพื่อดับหิว แก้ช้ำใน และก็เพื่อช่วยบำรุงรักษาร่างกาย ซึ่งจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบเอเชียพวกเรานี้เอง ด้วยคุณประโยชน์ที่นานาประการ ก็เลยทำให้มันเป็นทั้งยารักษาโรคแล้วก็ตัวดูแลสุขภาพ ในปัจจุบันเริ่มมีการทำวิจัย สกัดสารสำคัญในใบบัวบกนำมาใช้สำหรับในการรักษาในรูปของยาแคปซูล แล้วก็บัวบกผงสำหรับชงดื่มอีกด้วย
รูปแบบของใบบัวบก
บัวบก มีชื่อเรียกทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica อยู่ในวงศ์ Umbelliferae ซึ่งเป็นสกุลเดียวกันกับผักชี ส่วนชื่อท้องถิ่นถูกเรียกในชื่อที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น ผักแว่น ผักหนอก แล้วก็กะโต่ ฯลฯ  ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์เป็นพืชล้มลุก มีกอติดอยู่กับพื้นดิน ลำต้นจะเลื้อยแพร่กิ่งก้านไปตามพื้นดินในแนวขนาน มีอายุยืนยาวได้นานนับเป็นเวลาหลายปี การแตกรากแล้วก็ใบจะเกิดขึ้นตามข้อ ลักษณะเป็นใบคนเดียว มีรูปร่างราวกับไต จะออกเป็นกรุ๊ปตามข้อ ขอบของใบหยัก มีก้านใบยื่นยาวออกมา ดอกเป็นสีม่วงปนแดง ผลแบน ออกเป็นดอกลำพังหรือช่อขนาดเล็กราว 3-4 ดอก มีเอกลักษณะเฉพาะในเรื่องของกลิ่น แล้วก็รสชาติที่ขมผสมหวาน
ประโยชน์ซึ่งมาจากใบบัวบักที่นิยมนำมากิน
พวกเราอาจเคยชินว่าบัวบกเป็นพืชสมุนไพรแก้บอบช้ำในเป็นหลัก แม้กระนั้นที่จริงแล้วสมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์สำหรับในการรักษาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การดูแลรักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย รักษาโรคในกระเพาะ ช่วยทำนุบำรุงสมอง และช่วยเพิ่มความจำ ฯลฯ การกินใบบัวบกแบบใหม่ๆจะก่อให้ร่างกายได้สารสำคัญหลายแบบ ที่พบได้มากเป็น "สารไกลโคไซด์" (Glycosides) ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่ผลเข้าไปขัดขวางการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์รวมทั้งเยื่อต่างๆภายในร่างกาย มีส่วนช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจนที่ผิว กระดูก และเอ็น ทำให้แผลสมานตัวเข้าหากันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
สรรพคุณของใบบัวบก ไม่ว่าจะเป็นการทานเป็นต้นดิบๆหรือเอามาคั้นเป็นน้ำดื่ม ล้วนมีสรรพคุณทางยาที่ไม่ได้ต่างอะไรกัน
เหตุเพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะช่วยลดการเกิดอาการร้อนใน ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม ในกรุ๊ปสตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดระดู ต้องใช้สมองสำหรับในการทำงานมากๆใบบัวบกจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความจำเจริญ ช่วยลดความเคร่งเครียด ลดการอักเสบที่ผิวหนัง อาการบวมช้ำและก็ร่องรอยแตกต่างจากปกติที่เกิดบนผิวหนัง นอกจากนั้นคนที่บริโภคใบบัวบกข้างหลังการผ่าตัด จะช่วยทำให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น แล้วก็ลดการต่อว่าดเชื้อได้
คุณประโยชน์ของบัวบกกับผลวิจัย
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยได้เอ๋ยถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีสรรพคุณสะดุดตาในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองในการจำสิ่งต่างๆก้าวหน้าขึ้น แล้วก็ช่วยพัฒนาการทำความเข้าใจทางสมอง และด้วยลักษณะพิเศษกลุ่มนี้ทำให้มันกลายเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ
จากการทดสอบในลูกหนู พบว่ามีความจำแล้วก็การเรียนรู้ที่ ส่วนในคน มีการทดสอบในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มิลลิกรัม ต่อเนื่องกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม พบว่ามีความรู้ความเข้าใจในการทำความเข้าใจที่ดีกว่า ส่วนในผู้สูงวัยให้ทดลองกินสารสกัดบัวบก 750 มก. ติดต่อกัน 2 เดือน พบว่า ทั้งความจำและก็การเรียนรู้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดอารมณ์ผันแปร ทำให้คนสูงอายุมีจิตใจเบิกบานมากยิ่งขึ้นด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้กระทำทดลองกับเพศหญิงอายุโดยประมาณ 33 ปี รับประทานสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความตึงเครียด ความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจ รวมทั้งภาวะเศร้าใจลงได้
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ เจอรูปแบบการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยให้การหายใจระดับเซลล์ข้างในสมองปฏิบัติงานก้าวหน้าขึ้น มีสารต้านทานอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท และต้านทานการย่อยสลายของเซลล์สมองได้
การนำใบบัวบกมาใช้บริโภคเพื่อเป็นยา
บัวบกสามารถนำมาใช้เป็นยาได้นานาประการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นสด เม็ด หรือใบ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบนำมาใช้สูงที่สุด การเลือกใบบัวบกที่ดี ควรที่จะเลือกใบที่โตเต็มกำลังและก็สมบูรณ์ นำมาใช้ตากแห้งป่นเป็นผงใส่ลงในแคปซูลโดยประมาณ 500 มิลลิกรัม กินเป็นยาบำรุงร่างกาย
นำเอาใบบัวบกสด 1 กำมือ มาคั้นให้ได้น้ำ หรือตำอย่างระมัดระวังแล้วผสมกับน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันต่อจากนั้นกรองให้เหลือแต่น้ำ ผสมน้ำตาลหรือเกลือก็ได้ตามถูกใจ ดื่มทีละ 1 แก้ว ก่อนที่จะกินอาหารอีกทั้ง 3 มื้อ ราวๆ 5-7 วัน จะช่วยลดอาการร้อนในรวมทั้งแก้บอบช้ำในได้
ในกรณีที่เป็นผู้เจ็บป่วยโรคความดันโลหิตสูง ให้สามารถกินน้ำใบบัวบกทุกวี่วัน ติดต่อกันประมาณ 7 วัน จะช่วยลดระดับความดันให้อยู่ในระดับธรรมดา
เมล็ดของบัวบกที่มีรสขมแล้วก็เย็น นิยมนำมาใช้แก้ไข้ ลดอาการปวดหัว และก็แก้บิด

ข้อควรไตร่ตรองสำหรับเพื่อการใช้ใบบัวบก
ก่อนรับประทานใบบัวบกเพื่อเป็นยา จะต้องสำรวจสุขภาพกายของตัวเองก่อนว่ารากฐานแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีความเสี่ยงไหม ด้วยเหตุว่าสารบางประเภทในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้ลักษณะของโรคกำเริบเยอะขึ้นเรื่อยๆได้
เพราะว่าบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากเกินไปจะมีผลให้สะสมในร่างกายจนถึงรู้สึกหนาวมากขึ้นเรื่อยๆได้
หลีกเลี่ยงการกินใบบัวบกต่อเนื่องกันทุกๆวัน หรือรับประทานทีละมากมายๆเมื่อกินติดต่อกันราวๆ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรจะหยุดพัก 1 อาทิตย์ และหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมารับประทานใหม่
สำหรับผู้ที่กินใบบัวบกสดๆต่อเนื่องกันทุกวี่วัน ควรกินในรูปร่างราวๆวันละ 3-6 ใบ ไม่สมควรเกินความจำเป็นกว่านี้
แม้ร่างกายมีอาการเหน็ดเหนื่อย วิงเวียน ใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่ปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องเดิน ภายหลังจากการกิน ควรหยุดกินโดยทันทีรวมทั้งรีบเข้าพบหมออย่างเร่งด่วน
ในกลุ่มชนที่จะต้องกินยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่ควรกินใบบัวบก เนื่องจากว่าจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมมากเพิ่มขึ้น
ใบบัวบกคือพืชสมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายทั่วๆไปตามท้องตลาด แพงถูก แต่ล้นหลามด้วยสรรพคุณทางยา ที่จะเป็นหนทางในการรักษาโรคต่างๆรวมทั้งใช้สำหรับบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

12

บัวบก
บัวบก ชื่อสามัญ Gotu kola
บัวบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urb. จัดอยู่ในตระกูลผักชี (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE)
สมุนไพรบัวบก มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผักแว่น (ภาคใต้), กะโต่ เป็นต้น จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นฉุน มีรสขมหวาน
เมื่อพูดถึงบัวบก สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาทีไร คนไม่ใช่น้อยอาจนึกไปว่ามันเพียงแค่ช่วยแก้อาการบอบช้ำในเฉยๆ(ส่วนอาการอกหักนี้ไม่เกี่ยวกันนะ) แต่ว่าที่จริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกนั้นมีคุณประโยชน์ล้นหลาม เพราะเหตุว่าได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการดูแลรักษาโรคได้หลากหลายประเภท อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเดิน ท้องขึ้น แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยทำนุบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนแรงของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายประเภท ตัวอย่างเช่น บราโมซัยด์ บราไม่โนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม แล้วก็กรดอะมิโน ตัวอย่างเช่น แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสครั้งดิน เป็นต้น
ใบบัวบกเหมาะกับขี้ร้อน มีภาวะเข้มแข็ง หรือมีความร้อนเปียกชื้น เนื่องจากว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น
บัวบกคุณประโยชน์ของใบบัวบกคุณประโยช์จากใบบัวบก
ประโยชน์ซึ่งมาจากใบบัวบก
บัวบกเป็นพืชที่มีแคลเซียมในระดับปานกลางถึงสูง แต่มีระดับสารออกซาเลตที่เป็นโทษต่อร่างกายในจำนวนต่ำ
ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนวัย ย้อนอายุและวัย
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยสร้างเสริมรวมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรวมทั้งอีลาสติน
มีสารต้านทานอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากใบบัวบก ช่วยบำรุงแล้วก็รักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เนื่องจากว่าบัวบกมีวิตามินเอสูง
ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใช้ใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นมัวแต่น้ำนำมาหยดที่ตา 3-4 ครั้งต่อวัน
ช่วยทำนุบำรุงประสาทและก็สมองเสมือนใบแปะก๊วย
ช่วยทำให้ความจำดีขึ้นและทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเพิ่มมากขึ้น
ช่วยเพิ่มความจำในคนชรา
เชื่อว่าใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มความฉลาดทางสติปัญญา ความฉลาด แล้วก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับการศึกษา
ใบบัวบกมีคุณประโยชน์ช่วยชะลออาการโรคโรคสมองเสื่อมในคนวัยแก่ สตรีวัยทอง โรคอัลไซเมอร์หรืออาการหลงลืมระยะสั้นได้
ช่วยเพิ่มสมาธิ แก้สมาธิสั้น
ช่วยเพิ่มความสามารถสำหรับในการตกลงใจเฉพาะหน้า
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดศีรษะฝ่ายเดียว
ช่วยแก้อาการเวียนหัวศีรษะ
ช่วยเครียดลดลง
ช่วยเสริมลักษณะการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ จึงช่วยบรรเทารวมทั้งทำให้หลับง่ายมากยิ่งขึ้น
ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดียิ่งขึ้น
ช่วยกระตุ้นการผลิตเยื่อใหม่
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย
ช่วยบำรุงรักษาโลหิตในร่างกาย
ช่วยทำนุบำรุงหัวใจ
ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ช่วยให้จิตใจชื่นบาน อารมณ์แจ่มใส
ช่วยทำให้เค้าหน้าสดใสเสมือนเป็นวัยรุ่น
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยบำรุงเสียง
ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บัวบกสดราว 1 กำมือ นำมาตำคั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง แล้วจิบกินบ่อยๆ
ช่วยแก้หิวน้ำคุณประโยชน์ใบบัวบก
ใบบัวบกมีคุณประโยชน์ช่วยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน
ใบบัวบกมีสารยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์ของมะเร็ง ช่วยต้านโรคมะเร็ง
ช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้เจ็บป่วยเบาหวานก้าวหน้า
ช่วยรักษาโรคดีซ่านจากภาวะร้อนชื้น ด้วยการใช้บัวบก 30 กรัม น้ำตาลกรวด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยถนอมอาหารหืด
ช่วยรักษาโรคความดันเลือดสูง ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือจะใช้บัวบกใหม่ๆต้นราว 30 กรัมเอามาค้นเอาน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อยแล้วดื่มกินประมาณ 5-7 วัน
ช่วยรักษาโรคลมชัก
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
ช่วยรักษาอาการเต้านมอักเสบเป็นหนองในระยะเริ่มต้น ด้วยการใช้บัวบกและเปลือกของลูกหมาก 1 ผล นำมาต้มกับเหล้าดื่ม
ช่วยแก้คนเป็นบ้า
ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด
ช่วยลดความดันเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นเลือด และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
ช่วยรักษาโรคที่มีสมุฏฐานจากเสมหะ
ช่วยแก้อาการอ่อนล้า เมื่อยล้า
ช่วยแก้ไข้
ช่วยห้ามเลือดกำเดา เนื่องจากทำให้เลือดเดิน แต่เลือดจะไม่ออกมาจากเส้นโลหิตและก็ยังทำให้โหดเหี้ยมอีกด้วย
ช่วยแก้อาการช้ำใน บาดเจ็บจากการกระทบชน
เป็นพืชที่ย่อยได้ง่าย
ช่วยทำให้เจริญอาหาร ทานอาหารได้มากขึ้น
ช่วยแก้อาการท้องร่วง
สารสกัดจากใบบัวบกมีฤทธิ์ปกป้องรวมทั้งยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ช่วยแก้อาการเริ่มที่จะเป็นบิด
ช่วยรักษาโรคบิดหรือมีมูกเลือดคละเคล้าเมื่อขับถ่าย
ช่วยรักษากระเพาะเป็นแผล
ใช้เป็นยาระบาย ช่วยระบายท้อง แก้ลม
ใช้เป็นยาขับฉี่
แก้อาการปัสสาวะติดขัด ด้วยการกางใบบัวบกโดยประมาณ 50 กรัม นำมาตำแล้วพอกรอบๆสะดือ เมื่อถ่ายปัสสาวะชำนาญก็ดีแล้วค่อยคัดออก
ช่วยขับความร้อนชื้นทางเดินเยี่ยว คุ้มครองปกป้องการเกิดนิ่ว
ช่วยรักษาโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะด้วยการใช้บัวบก 50 กรัมต้มกับน้ำแช่ข้าวครั้งที่ 2 แล้วนำมาดื่ม
ช่วยรักษาอาการมีหนองออกจากปัสสาวะ
ช่วยแก้อาการน้ำดีภายในร่างกายมากเกินความจำเป็น
ช่วยรักษาโรคม้ามโต
ช่วยรักษาอาการติดโรคของเชื้อไวรัสตับอักเสบ
แก้ลักษณะของการปวดข้อรูมาตอยด์
ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ด้วยการกางใบสดประมาณ 20 ใบนำมาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วเพิ่มขึ้น ช่วยรีบการสร้างเยื่อ
ช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว ด้วยการกางใบบัวบกมาตีให้แหลกแล้วเอามาโปะรอบๆที่บวมช้ำ หรือจะใช้ใบบัวบกราวๆ 40 กรัม ต้มกับเหล้าแดงราว 250 cc. ราว 1 ชั่วโมงแล้วเอามาดื่ม
ใช้บัวบกตำเอามาพอกรักษาความร้อนบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือใช้รักษาอาการด้วยการใช้น้ำคั้นบัวบกเอามาผสมกับแป้งข้าวเหนียวทำเป็นแป้งเหลว พอกรอบๆที่เป็น
ช่วยรักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆได้แก่ โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หิด หัด ฯลฯ
ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดหนอง
ช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้เป็นอย่างดีแล้วก็ใช้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกด้วย
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นด่างขาว
ใช้เป็นยาทำลายพิษ ช่วยลดลักษณะของการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดของบัวบกราวๆ 3 ต้นเอามาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วนำมาพอกแผลไฟไหม้
บัวบกมีการนำมาผลิตเป็นแคปซูลวางขาย มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมองเป็นหลัก (Brain tonic)
ปัจจุบันนี้มีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปัจจุบันในแบบเป็นผงใช้โรยแผล และก็ในแบบเป็นเม็ดรับประทานเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แผลสด ไฟเผา น้ำร้อนลวก หรือฝีหนองได้ แล้วก็ยังช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นอีกด้วย
ช่วยแก้อาการก้างติดคอ ด้วยการนำบัวบกไปต้มน้ำ และหลังจากนั้นก็ค่อยๆกลืนน้ำลงคอ
ใบแล้วก็เถาบัวบกใช้รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกกะปิคั่ว หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ลาบ ก้อย แกงเผ็ด ยำใบบัวบก ซุปหน่อไม้ ฯลฯ
น้ำคั้นจากใบบัวบกนำมาทำเป็นน้ำมันบัวบกใช้ทาศีรษะ มีสรรพคุณช่วยบำรุงหนังหัวรวมทั้งเส้นผม ช่วยให้เส้นผมดกดำ จัดการกับปัญหาผมหล่น ผมหงอกก่อนวัย
น้ำใบบัวบกเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับฤดูร้อนอย่างใหญ่โต เพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นดับร้อนในร่างกายได้สารพัด
สารสกัดจากใบบัวบก มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองผิวรวมทั้งไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
สารสกัดจากใบบัวบกมีการประยุกต์ใช้เพื่อเป็นส่วนประกอบสำหรับการผลิตเครื่องแต่งตัว
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาใช้ทำเป็นสิ่งของปิดแผล
ลบรอยตีนกาตื้นๆด้วยน้ำใบบัวบก ด้วยการนำบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นกระทั่งละเอียด แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้สำลีชุบน้ำทาทั่วบริเวณหางตาหรือทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ราว 15 นาทีแล้วล้างออก โดยควรทาวันแล้ววันเล่าก่อนนอน
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาผลิตเป็นสบู่ใบบัวบก ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างขาวใส ผิวหน้าเต่งตึงได้

วิธีทำน้ำบัวบก
วิธีการทำน้ำบัวบกกระบวนการทำน้ำบัวบก ควรจะเลือกใช้ใบบัวบกที่แก่กว่า กินเป็นผักสด โดยใช้ทั้งยังรากนำมาล้างน้ำทำความสะอาด
ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนเอามาบด
คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บด แล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อจับตัวได้ยาสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่ (ควรจะใช้น้ำสะอาด และก็ห้ามใช้น้ำร้อนหรือนำน้ำที่คั้นได้ไปต้ม)
กรองน้ำบัวบกด้วยผ้าขาวบางห่างๆ(แบบผ้ามุ้ง ถี่มากจะกรองไม่ได้)
หลังกรองจะมีกากให้ทิ้งไป ให้รินเฉพาะน้ำส่วนใสๆมาดื่ม
น้ำบัวบกจำเป็นต้องคั้นใหม่ๆจากใบสดๆและไม่ควรจะเก็บน้ำที่คั้นได้ไว้นานหรือควรแช่เย็นเก็บไว้
น้ำเชื่อมถ้าทำจากน้ำสุกใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยมากขึ้น
สรรพคุณของน้ำใบบัวบกช่วยแก้ร้อนใน บอบช้ำใน
ไข่เจียวบัวบก
ใบบัวบกวัตถุดิบที่จะต้องเตรียมเช่น บัวบกสด 20 กรัม / ไข่ 2 ฟอง / น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำปลาน้อย / น้ำมันพืชสำหรับใช้สำหรับทอด
นำบัวบกมาล้างกระทั่งสะอาดแล้วหั่นตรอกเป็นชิ้นเล็กๆ
นำไข่มาตอกแล้วตีไข่ เติมเครื่องปรุงต่างๆ
นำใบบัวบกที่ตรอกแล้วผสมลงไปในไข่ คนให้เข้ากัน
นำมาทอดในไฟอ่อนจนกระทั่งไข่สุก
สรรพคุณช่วยบรรเทาลักษณะของการปวดศีรษะ แล้วก็ตาลายหัว
ข่างปองบัวบก (บัวบกชุบแป้งทอด)
เตรียมวัตถุดิบดังนี้ บัวบกสด / ไข่ไก่ / แป้งทอดกรอบ / กระเทียมหั่นหยาบคาย / หอมแดงหั่นหยาบ / เกลือ / พริกไทยป่น
นำบัวบกสดที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล้วหั่นหยาบๆให้พอดิบพอดีคำ
นำแป้งที่ใช้สำหรับในการทอดกรอบมาผสมกับไข่ไก่ กระเทียม หอมแดง พริกไทย และก็เกลือ ผสมเข้าด้วยกัน
นำบัวบกที่หั่นตระเตรียมไว้ นำมาชุบกับแป้งที่ผสมไว้
หลักแล้วหลังจากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน
แล้วจึงน้ำบัวบกที่ชุบแป้งแล้ว นำมาทอดให้พอเหลืองกรอบแล้วชูลงให้สะเด็ดน้ำมัน
เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย นำมาจิ้มรับประทานกับน้ำจิ้มไก่ตามใจชอบได้เลย
คุกกี้บัวบก
ให้ตระเตรียมวัตถุดิบดังต่อไปนี้ บัวบกหั่นละเอียด 2 ถ้วยตวง / ไข่ไก่ 1 ฟอง / แป้งสารพัดประโยชน์ 2 ถ้วยตวง / เนยสดรสเค็ม 2 ถ้วยตวง / น้ำตาล 1.1/2 ถ้วยตวง / ผงฟู 2 ช้อนชา / กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
นำใบบัวบกมาล้างชำระล้างแล้วหั่นอย่างระมัดระวัง โดยตัดก้านและใบออกจากกัน ก้านให้หั่นเป็นท่อนเล็กๆส่วนใบนำมาเรียงทับกันแล้วหั่นตามแนวขวางและก็กลับมาหั่นอีกข้าง แล้วพักไว้
นำแป้งแล้วก็ผงฟูมาร่อนผ่านที่กรอง 2 รอบ แล้วพักไว้
นำเนยสดมาตีให้เข้ากับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลางจนกระทั่งขึ้นฟู ประมาณ 1 นาที
ใส่ไข่ไก่รวมทั้งกลิ่นวานิลลาลงไป แล้วตีให้เข้ากัน
ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้แล้วลงไปทีละเล็กทีละน้อย (ครั้งละ 1 ส่วน 3 ของแป้งทั้งปวง) แล้วตีแป้งให้เข้ากับส่วนประกอบทั้งสิ้น
นำบัวบกที่หั่นละเอียดแล้วใส่ลงไปในแป้ง แล้วผสมให้เข้ากันอีกที
นำไปอบในตู้อบ โดยวางใส่ถาดที่ทาเนยหรือกระดาษทนไฟ ซึ่งจะต้องตักแป้งให้ได้ตามขนาดที่อยากได้
ใช้เวลาอบราวๆ 6-8 นาที ด้วยอุณหภูมิโดยประมาณ 250 องศา หรือดูว่าขอบเริ่มเหลืองก็เป็นอันใช้ได้แล้ว เสร็จแล้ว คุกกี้บัวบก
วิธีทำน้ำมันบัวบก
จัดเตรียมส่วนประกอบดังต่อไปนี้ บัวบก 4 กิโลกรัม / น้ำมันที่ทำจากมะพร้าว 1 ลิตร / น้ำที่สะอาด 1 ลิตร
นำบัวบกมาล้างน้ำชำระล้าง แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เพิ่มน้ำลงไปในบัวบก แล้วก็ค่อยนำไปปั่นจนละเอียด
เสร็จแล้วให้กรองเอาแต่น้ำบัวบกที่ได้จากการปั่น
นำน้ำบัวบกที่กรองได้ไปเคี่ยวกับน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวโดยใช้ไฟอ่อนๆประมาณ 80 องศาเซลเซียส
ต้มไปเรื่อยๆกระทั่งเหลือแค่น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว โดยให้ดูลักษณะกากของน้ำมัน จะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย ถือว่าเป็นอันใช้ได้ ยกลงจากเตาแล้วกรองเอาน้ำมัน เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
วิธีใช้น้ำมันบัวบก
ใช้น้ำมันที่ได้นำมาชโลมเส้นผม แล้วนวดให้ทั่วหนังหัว
นวดเสร็จแล้วให้หมักทิ้งไว้ราว 30 นาที
ครบเวลาแล้วให้สระผมด้วยน้ำอุ่นพร้อมยาสระผมตามปกติ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
น้ำมันบัวบก คุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงหนังหัวแล้วก็เส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ ไขปัญหาผมหล่น ผมหงอกก่อนวัย
คำเตือนและก็คำแนะนำ
คุณประโยชน์ของใบบัวบกการกินใบบัวบกคุณควรไตร่ตรองฐานรากของร่างกาย อย่ามองดูแม้กระนั้นสรรพคุณเพียงอย่างเดียว
บัวบกไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะเย็นพร่อง หรือขี้หนาว ท้องขึ้นบ่อยๆ
การกินบัวบกในปริมาณที่มากเหลือเกิน จะทำให้ธาตุในร่างกา
http://www.disthai.com/

13

สมุนไพรเหงือกปลาหมอ
ชื่อตระกูล : ACANTHACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพ้อง : Acanthus ilicfolius L. ; Acanthus ilicfolius L. var intergrifolia T.Anderson
ชื่อสามัญ : Sea holly
ชื่อพื้นบ้านอื่น : แก้มหมอ, แก้มหมอเล (กระบี่) ; จะเกร็ง, นางเกร็ง, เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วไป) ; อีเกร็ง (ภาคกลาง)
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่มขนาดเล็ก (US) สูงประมาณ 30-100 เซนติเมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อ แข็ง และก็มีหนามอ่อนๆตามข้อๆละ 4 หนาม
ใบ เป็นใบโดดเดี่ยว ออกตรงกันข้ามกันเป็นคู่ๆสีเขียวเข้ม ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ขอบใบเว้าหรือเรียบ และก็มีหนามแหลม ปลายใบแหลม มีก้านใบสั่นๆ
ดอกเหงือกปลาหมอ ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ยอด ช่อดอกยาว กลีบรองกลีบดอกไม้ มี 4 กลีบ แยกจากกันสีเขียวอ่อน กลีบดอกไม้สีขาว สีขาวขริบฟ้า หรือสีฟ้าอมม่วง แยกเป็น 2 ทาง กลีบบนยาวเท่ากับกลีบรองกลีบดอกไม้ แต่กลีบล่างแผ่กว้างและก็โค้งลง ปลายกลีบหยักเว้าเป็น 3 หยักตื้นๆ
ผล เป็นฝักสีน้ำตาล ปลายฝักป้าน มีเม็ดข้างใน 4 เม็ด
นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง มีอยู่ทั่วไปในป่าชายเลน ดังที่ลุ่มริมน้ำลำคลอง ส่วนมากถูกใจขึ้นในที่น้ำกร่อย บางทีก็พบในน้ำจืดบ้างเหมือนกัน
การปลูกแล้วก็แพร่พันธุ์
เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด ความชุ่มชื้นปานกลาง แพร่พันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
ประโยชน์ทางยา
รสรวมทั้งสรรพคุณในหนังสือเรียนยา
ต้น รสเค็มกร่อย แก้อาการผดผื่นคัน
ใบ รสเค็มกร่อย รักษาโรคปวดบวมและก็แผลอักเสบ แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ท้องเฟ้อ แพทย์แผนไทยตามบ้านนอกใช้ 5 เป็นยาแก้ไข้หัว พิษฝี พิษรอยแดงเจริญ แก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ปรุงกับฟ้าทลายขโมยรมหัวริดสีดวงทวาร โขลกใบผสมกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาแก้อาการตาเจ็บหรือตาแดง
ผล รสเค็มกร่อย ใช้เป็นยาขับโลหิตอย่างแรง แล้วก็แก้ฝีซาง ฝีตาน
ในประเทศประเทศอินเดีย ใช้ยอดและใบอ่อนโขลกผสมน้ำบางส่วนปิดแผลที่ถูกงูกัด ทั้งยังต้นใช้รักษาแก้โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมแล้วก็แก้ไอ และนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยารักษาธาตุทุพพลภาพ
ในประเทศประเทศสิงคโปร์ ใช้เม็ดเป็นยาแก้ไอ โดยต้มเมล็ดกับดอกมะเฟืองหรือดอกตะลิงปลิง แล้วเติมเปลือกอบเชย และก็น้ำตาลกรวด จิบแก้ไอ เมล็ดบดเป็นผุยผงใช้พอกแก้ฝี หรือนำไปคั่วแล้วป่นละลายน้ำดื่มแก้ฝี ฝักต้มรับประทานเป็นยาขับโลหิต รวมทั้งแก้ฝี รากต้มเป็นยาดื่มแก้โรคงูสวัด
แนวทางรวมทั้งปริมาณที่ใช้
รักษาโรคผิวหนัง แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย โดยใช้ต้นแล้วก็ใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด สับเป็นชิ้นนำไปต้มน้ำ แล้วใช้น้ำอาบ ยามเช้า-เย็น เป็นเวลา 1 สัปดาห์
ข้อควรทราบ
เหงือกปลาหมอมีอยู่ด้วยกัน 2 จำพวก คือ
เหงือกปลาหมอ Acanthus ilifolius L. หรือ Acanthus ilifolius L. var intergrifolia T.Anderson ลักษณะจะมีดอกสีฟ้าอมม่วง มีประสีเหลืองกึ่งกลางกลีบ มีใบประดับสีเขียวอีก 2 กลีบ รองรับดอกอยู่เป็นประจำไป
เหงือกปลาหมอ Acanthus ebracteatus Vahl ลักษณะจะมีดอกสีขาวค่อนข้างจะเล็ก มีใบประดับประดารองรับช่อดอก แต่ว่าร่วงหลุดไปก่อน
คุณประโยชน์ของเหงือกปลาแพทย์
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นเลือดไม่ตัน บำรุงผิวพรรณ ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอนำมาตำผสมกับพริกไทยในอัตราส่วน 2:1 แล้วคละเคล้าผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยาลูกกลอน ว่ากันว่าแม้กินติดต่อกัน 1 เดือน จะก่อให้ปัญญาดี ไม่มีโรค / 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง / 3 เดือน ทำให้ริดสีดวงหาย / 4 เดือน ช่วยแก้ลม 12 ชนิด หูดี / 5 เดือน หมดโรค / 6 เดือน ทำให้เดินไม่ทราบเหน็ดเหนื่อย / 7 เดือนผิวสวย / 8 เดือน เสียงไพเราะ / 9 เดือน หนังเหนียว (อีกทั้งต้น, ราก)
เหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงประสาท (ราก)
ช่วยรักษาอาการธาตุเปลี่ยนไปจากปกติ (อีกทั้งต้น)
ช่วยทำให้เลือดลมปกติ (อีกทั้งต้น)เหงือกปลาหมอขาว
ช่วยให้เจริญอาหาร (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระษัย อาการผอมแห้งแรงน้อยเหลืองหมดทั้งตัว ด้วยการใช้ทั้งยังต้นของเหงือกปลาหมอนำมาตำเป็นผงกินทุกวัน (ต้น)
ช่วยแก้อาการร้อนตลอดตัว เจ็บระบบทั้งตัว ตัวแห้ง เวียนหัว หน้ามืดตามัว มือตายตีนตาย ด้วยการใช้ทั้งยังต้นของเหงือกปลาหมอและก็เปลือกมะรุมอย่างละเท่ากัน ใส่หม้อต้มผสมกับเกลือน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ แล้วก็ใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำเดือดกระทั่งงวดแล้วชูลง เมื่อเสร็จให้กลั้นใจรับประทานขณะอุ่นๆกระทั่งหมด อาการก็จะ (ทั้งต้น)
ช่วยยับยั้งโรคมะเร็ง ต่อต้านมะเร็ง (ทั้งยังต้น)
ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ด้วยการใช้เหงือกปลาหมอทั้งต้นและก็ข้าวเย็นเหนือ อาหารมื้อเย็นใต้ในสัดส่วนที่เท่ากัน เอามาต้มกับน้ำจนกระทั่งเดือดแล้วเอามาดื่มในขณะอุ่นๆทีละ 1 แก้ว ยามเช้า ตอนกลางวัน เย็น อาการจะดียิ่งขึ้น (ทั้งยังต้น)
รักษาปอดอักเสบ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ใบ)
ต้นมีรสเค็มกร่อย คุณประโยชน์ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ต้น)
รากช่วยแก้รวมทั้งทุเลาอาการไอ หรือจะใช้เมล็ดเอามาต้มดื่มแก้อาการไอก็ได้ด้วยเหมือนกัน (ราก, เมล็ด)
ช่วยแก้โรคหืดหอบ (ราก)
ช่วยรักษาวัณโรค ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมเป็นน้ำดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้ลักษณะการเจ็บตา ตาแดง ด้วยการใช้เหงือกปลาหมออีกทั้งต้นเอามาตำผสมกับขิง คั้นเอาแต่น้ำใช้หยอดตาแก้อาการ (ต้น)
ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ทั้งต้นเหงือกปลาหมอมาตำผสมกับขิง (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้พิษไข้หัว ด้วยการใช้ทั้งต้นและรากนำมาต้มอาบแก้อาการ (ต้น)
แก้อาการไอ เม็ดใช้ผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด เอามาต้มรวมกันแล้วมัวแต่น้ำมากินเป็นยาแก้ไอ (เม็ด)
ช่วยขับเสมหะ (ราก)
ถ้าหากเป็นลมเป็นแล้ง ให้ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ 1 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน ผสมรวมกัน ตำให้ถี่ถ้วนเป็นผงแล้วนำมาละลายน้ำร้อนดื่ม (ต้น)
ช่วยแก้โรคกระเพาะ ด้วยการใช้อีกทั้งต้นและพริกไทย (10:5 ส่วน) ตำผสมปั้นเป็นยาลูกกลอน (ต้น)
ช่วยขับพยาธิ (เมล็ด)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อย นำมาตำละลายกับน้ำแล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวง หรือจะใช้ปรุงกับฟ้าทะลายขโมย ใช้รมหัวริดสีดวงก็ได้ (ต้น, ใบ)
ช่วยขับฉี่ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษามุตกิดระดูขาว ตกขาวของสตรี ด้วยการกางใบและต้นเอามาตำเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำมันมันงา ปั้นเป็นยาลูกกลอนกินแก้อาการ (ต้น, ใบ, ราก)
ช่วยแก้ระดูมาไม่ปกติของสตรี ด้วยการใช้ต้นเอามาตำผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมันงา (ทั้งต้น)
ช่วยรักษานิ่วในไต ด้วยการใช้ใบเอามาต้มเป็นน้ำดื่ม (ใบ)
ช่วยแก้ไตพิการ ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)

ผลช่วยขับโลหิต หรือจะใช้เมล็ดผสมกับดอกมะเฟือง เปลือกอบเชย น้ำตาลกรวด นำมาต้มรวมกันแล้วเอาแต่น้ำมากิน หรือใช้ต้น 10 ส่วนและพริกไทย 5 ส่วน ผสมทำเป็นยาลูกกลอนกินก็ได้ (เม็ด, ผล, ทั้งต้น)
ช่วยฟอกเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
แก้พิษเลือด ข้อมูลนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ* (เปลือกต้น)
ช่วยสมานแผล ด้วยการใช้ต้นนำมาตำผสมกับหัวสามสิบ ในอัตราส่วน 2:1 (ทั้งยังต้น)
ต้นเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)
ใบมีรสเค็มกร่อย สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ (ใบ)
ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย ด้วยการใช้ต้น 3-4 ต้น นำมาหั่นเป็นชิ้น แล้วต้มน้ำอาบแก้อาการ (ต้น, ใบ, เมล็ด)
สำหรับผู้ป่วยเอดส์ที่มีแผลพุพองตามผิวหนัง ถ้าเกิดใช้ต้นมาต้มอาบและทำเป็นยากินติดต่อกันประมาณ 3 เดือนจะช่วยให้ลักษณะของแผลพุพองทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด (ต้น)
ช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือประป่าดง รักษาขี้กลากเกลื้อน อีสุกอีใส (ใบ)
ช่วยรักษาโรคโรคเรื้อน โรคกุฏฐัง ด้วยการใช้ทั้งต้นเอามาตำมัวแต่น้ำดื่ม (ทั้งยังต้น)
ช่วยแก้ผดผื่นคันตามร่างกาย ใช้ล้างแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นสดและก็ใบสดล้างสะอาดประมาณ 3-4 กำมือ นำมาสับแล้วต้มกับน้ำอาบแก้ผื่นคันต่อเนื่องกัน 3-4 ครั้ง (ต้น, ใบ)
เหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์ทางยาช่วยแก้ผื่นคัน (ต้น)
รากสดเอามาต้มเอาแต่น้ำ ใช้ดื่มเป็นยารักษาโรคงูสวัดได้ (ราก)
ช่วยรักษาฝี ฝีเรื้อรัง แผลฝีหนอง ไข้ทรพิษ ตัดรากฝี แก้พิษฝีทุกประเภทด้านในด้านนอก ด้วยการใช้ต้นแล้วก็ใบทั้งสดรวมทั้งแห้งราว 1 กำมือ เอามาบดให้ละเอียด แล้วนำมาพอกรอบๆที่เป็นฝี หรือแนวทางลำดับที่สองจะนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆใส่น้ำให้ท่วมแล้วต้มในน้ำเดือดทิ้งเอาไว้ 10 นาที แล้วนำมาดื่มก่อนกินอาหารทีละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง โดยประมาณ 2-3 อาทิตย์ หรือจะใช้เมล็ดนำมาคั่วให้ไหม้เกรียมแล้วป่นอย่างระมัดระวัง ชงกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ฝีก็ได้ (ต้น, ใบ, เม็ด)
เม็ดใช้ปิดพอกฝี (เม็ด)
ผลมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยถอนพิษ (ผล, ต้น)
ใบสดนำมาตำอย่างรอบคอบ สามารถใช้พอกบริเวณแผลที่ถูกงูกัดได้ (ใบ)
ช่วยแก้ผิวแตกหมดทั้งตัว ด้วยการใช้ทั้งยังต้นของเหงือกปลาหมอ1 ส่วน / ดีปลี 1 ส่วน ใช้ผสมกันบดให้เป็นผุยผงชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการ (ทั้งยังต้น)
ต้น ถ้าเกิดนำมาใช้จะช่วยแก้โรคเหน็บชา อาการชาตลอดตัวได้ (ต้น)
รากมีสรรพคุณช่วยแก้อัมพาต (ราก)
แก้ลักษณะของการเจ็บข้างหลังเจ็บเอว ด้วยการใช้ต้นกับชะเอมเทศเอามาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนกิน (ต้น)
ใบใช้เป็นยาประคบปรับแก้ข้ออักเสบรวมทั้งแก้อาการปวดต่างๆ(ใบ)
ช่วยบำรุงรักษารากผม ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบนำมาทาให้ทั่วหัว จะช่วยทำนุบำรุงรากผมได้ (ใบ) http://www.disthai.com/

14

เหงือกปลาหมอ
รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากโรคเกลื้อน
ชื่ออื่น : แก้มแพทย์ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน
ในตำรายาไทยพูดว่า เหงือกปลาหมอสามารถแก้โรคผิวหนังได้ทุกประเภท
ในเมื่อเหงือกปลาหมอมีคุณประโยชน์เด่นแก้น้ำเหลืองเสียได้ โรคผิวหนังต่างๆแม้แต่ โรคอีสุกอีใส ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสก็จะลดลงลง
สมุนไพร เหงือกปลาแพทย์เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดกลางสูงราวๆ 1-2 เมตร ส่วนของลำต้นรวมทั้งใบจะมีหนามมีหนาม ใบหนามแข็งและมีขอบเว้าหนามแหลมใบออกเป็นคู้ตรงกันข้ามกัน ส่วนของดอกจะออกเป็นช่อตามยอด กลีบจะมีสีขาอมม่วง มี 4 กลีบแยกจากกันผลเป็นฝักสีน้ำตาล มี เมล็ด จะสามารถพบบ่อยตามชายน้ำ ริมฝั่งลำคลองรอบๆปากแม่น้ำ
ในกรณีโรคผิวหนังพุพองจากเชื้อไวรัสเอดส์ แม้จะรุนแรงกว่าโรคผิวหนังทั่วๆไป แต่ว่าเมื่อใช้เหงือกปลาแพทย์เป็นทั้งยารับประทานแล้วก็ต้มน้ำอาบติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป แผลพุพอง ก็จะลดลงลงอย่างชัดเจน สำหรับคนเจ็บโรคผิวหนังด้วย
วิธีปรุงยาและวิธีการใช้ยาก็มีหลายแนวทางเป็น
วิธีต้มยากินรวมทั้งอาบ
เอาเหงือกปลาหมอสดหรือแห้งสับเป็นท่อนเล็กๆใส่เต็มขันขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำ 4 ขัน ต้มยาให้เดือดนาน 10 นาที ตักน้ำยาขึ้นมา 1 แก้ว แบ่งไว้สำหรับดื่มรับประทานขณะอุ่นๆครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร
ส่วนน้ำยาที่แบ่งไว้อาบนั้น จำเป็นต้องใช้อาบขณะน้ำยายังอุ่นอยู่ ก่อนอาบน้ำจำต้องชำระล้างร่างกายด้วยสบู่ให้สะอาดซะก่อน เมื่ออาบน้ำยาแล้ว ไม่ต้องอาบน้ำปกติตามอีก อาบน้ำยาวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้า-เย็นทีละ 3-4 ขัน แต่ถ้ามีเหงือกปลาแพทย์จำนวนมาก บางครั้งอาจจะต้มยาเพื่อแช่หมดทั้งตัวในอ่างก็ยิ่งดี
ขั้นตอนการทำเป็นยาลูกกลอน
นำเหงือกปลาแพทย์ทั้งยัง 5 ครั้งตากแห้งมาบดเป็นผุยผงละเอียด 2 ส่วน ผสมน้ำผึ้งแท้ 1 ส่วน ปั้นเป็นเม็ดลูกกลอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. ผู้ใหญ่กินทีละ 2 เม็ด เด็กบางทีก็อาจจะรับประทานทีละ 1 เม็ดหรือครึ่งเม็ดตามขนาดอายุรวมทั้งน้ำหนัก รับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร เช้าตรู่-เย็น รับประทานไปเรื่อยๆตราบจนกระทั่งจะหาย แม้กระนั้นถ้าหากเป็นโรคผิวหนังจากภูมิคุ้มกันบกพร่องก็จะต้องกินตลอดกาล

กระบวนการทำเป็นแคปซูล
นำผงเหงือกปลาหมอที่ผ่านการบินเป็นผุยผงละเอียดเหมือนแป้งใส่แคปซูลขนาด 250 มิลลิกรัม คนแก่รับประทานครั้งละ 2 แคปซูลวันละ 2-3 เวลาก่อนอาหาร เด็กน้อยลงตามส่วน
เหงือกปลาแพทย์มีสรรพคุณจำนวนมาก เป็นต้นว่า
-ราก มีสรรพคุณในการแก้โรคหืด อัมพาต แก้ไอ และก็ใช้ขับเสมหะ
-ต้น มีคุณประโยชน์รักษาโรคหลากหลายประเภท โดยใช้ต้นตำผสมน้ำดื่มรักษาวัณโรค อาการผอมบาง ถ้าหากใช้ทาก็ช่วยแก้โรคเหน็บชาได้
-ลำต้น ไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆก็จะได้คุณประโยชน์ทางยาไม่เหมือนกันออกไปอีก
-ต้นรวมรากต้มอาบแก้พิษไข้หัวลม แก้โรคผิวหนังทุกชนิด
-ทั้งต้นสดตำพอกปิดหัวฝีแผลเรื้อรังทำลายพิษ ต้มกินแก้พิษโรคฝีดาษ ฝีทั้งมวล ผลกินเป็นยาขับโลหิตระดู นอกนั้น ถ้าหากตาเจ็บ ตาแดง เอา
"เหงือกปลาหมอ" ทั้งต้นตำกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาหาย เป็นเหน็บชา ชาทั้งตัว
- ทั้งต้นตำทาบริเวณที่เป็นจะดีขึ้น
- ตำเอาน้ำดื่มกากพอก งูกัด
- ต้นกับขมิ้นอ้อยตำทาป็นฝีฟกบวม เป็นริดสีดวงทวาร
- ต้นตำกับขิงรับประทาน โรคเรื้อน โรคกุฏฐัง ป่วยจับสั่น
- ทั้งต้นตำใบส้มป่อยต้มดื่ม เจ็บหลัง เจ็บเอว
- "เหงือกปลาหมอ" กับชะเอมเทศตำผงละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนกิน ริดสีดวงแห้ง
ในท้อง ซูบซีดเหลืองตลอดตัว กินทุกวี่ทุกวัน
- "เหงือกปลาหมอ" กับเปลือกมะรุมเสมอกันใส่หม้อ เกลือเล็กน้อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ ใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำจนเดือดให้งวดจึงยกลง กลั้นใจกินขณะอุ่นจนหมด เป็นริดสีดวง มือตายตีนตาย ร้อนทั้งตัว เวียนหัว ตามัว เจ็บระบมตลอดตัว ตัวแห้ง จะหายได้
- "เหงือกปลาหมอ" ทั้งยัง 5 รวมราก กับ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ปริมาณเสมอกัน กะตามอยาก ต้มกับน้ำจนกระทั่งเดือดดื่มขณะอุ่นครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา รุ่งเช้า ช่วงเวลากลางวัน เย็น ต้มดื่มปอดเริ่มมีปัญหาเป็นฝ้าจะอาการดียิ่งขึ้น ไปให้หมอเอกซเรย์ปอดไม่เป็นฝ้าอีกหยุดต้มกินได้เลย แล้วก็ต้องระวังอย่าให้เป็นอีก
ยาอายุวรรฒนะ
- "เหงือกปลาหมอ" 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นกินแต่ละวัน
กินได้ 1 เดือน ไม่มีโรค สติปัญญาดี
กินได้ 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึง
กินได้ 3 เดือน โรคริดสีดวงทุกหมวดหมู่หาย
กินได้ 4 เดือน แก้ลม 12 ประเภท หูไว
กินได้ 5 เดือน หมดโรค
กินได้ 6 เดือน เดินไม่รู้จักอ่อนเพลีย
กินได้ 7 เดือน ผิวสวย
กินได้ 8 เดือน เสียงไพเราะเพราะพริ้ง
กินได้ 9 เดือน หนังเหนียว
-"เหงือกปลาหมอ" 1 ส่วน ดีปลี 1 ส่วน ทำผงชงรับประทานกับน้ำร้อนหากผิวแตกทั้งตัวหายได้ ทั้งผองที่บอกเป็นหนังสือเรียนยาโบราณ ไม่เชื่อก็ไม่สมควรลบหลู่ดูหมิ่น รู้ไว้เป็นวิชา http://www.disthai.com/

15

รากสามสิบ
รากสามสิบ สรรพคุณ ว่านสามสิบ ตำราเรียนยาท้องถิ่น ใช้ ทั้งต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้ตกเลือด และก็โรคคอพอก ราก มีรสฝาดเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากดื่มน้ำ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยทำนุบำรุงทารกในท้อง บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และต้นจันทน์แดงผสมสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน ทั้งต้นหรือราก ต้มน้ำกิน แก้แท้งลูก แล้วก็โรคคอพอก ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง
รากสามสิบ ผลักดันความรัก และ กระชับความเชื่อมโยงให้ชีวิตครอบครัว คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ,แก้การอักเสบ ,บำรุงเลือด แก้ปวดระดู ประจำเดือนมาผิดปกติ ลดภาวการณ์มีบุตรยาก เสริมฮอร์โมนเพศหญิง กระชับช่องคลอด ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว บำรุงผิวพรรณ ลดสิวฝ้า ชลอความแก่ แก้อาการวัยทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asparagus racemosus Willd.
ตระกูล : Asparagaceae
ชื่ออื่น : สาวร้อยสามี รากศตวารี จ๋วงเครือ (เหนือ) ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย) ผักหนาม (นครราชสีมา) สามร้อยราก (กาญจนบุรี) สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน ม้าสามต๋อน
ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ลำต้นสีเขียว มีหนามแหลม มักเลื้อยพันตันไม้อื่น เลื้อยยาว 1.5-4 เมตร เถากลมเรียบ เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม มีเหง้าและรากใต้ดินออกเป็นกระจุกคล้ายกระสวยออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย อวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว โตกว่าเถามากมาย ลำต้นมีหนาม เถาเล็กเรียว กลม สีเขียว ใบลำพัง แข็ง ออกรอบข้อ เป็นฝอยเล็กๆคล้ายหางกระรอก สีเขียวดก หรือเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ เรียงแบบสลับ ใบรูปเข็ม กว้าง 0.5-1 มม. ยาว 3-6 ซม. แผ่นใบมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีหนามที่ซอกกลุ่มใบ ก้านใบยาว 13-20 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ แบบช่อกระจะ ยาว 2-4 เซนติเมตร ดอกย่อย สีขาว ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมยวนใจ มี 12-17 ดอก ก้านดอกย่อย ยาวราว 2 มม. กลีบรวม มี 6 กลีบ เชื่อมกันเป็นหลอดรูปดอกเข็ม ปลายแยกเป็นแฉก ส่วนหลอดยาว 2-3 มิลลิเมตร ส่วนแฉกรูปช้อน ยาว 3-4 มิลลิเมตร กลีบบางและก็ร่น เกสรเพศผู้ เชื่อมรวมทั้งอยู่ตรงข้ามกลีบรวม ขนาดเล็กมี 6 อัน ก้านยกอับเรณูสีขาว อับเรณูสีน้ำตาลเข้ม รังไข่รูปไข่กลับ ยาวราวๆ 1 มิลลิเมตร อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เมล็ด หรือมากกว่า ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นสามแฉกขนาดเล็ก ผลสด ค่อนข้างจะกลม หรือเป็น 3 พู ผิวเรียบเป็นเงา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 มิลลิเมตร ผลอ่อนสีเขียวเมื่อสุกสีแดงหรือม่วงแดง เมล็ดสีดำ มี 2-6 เมล็ด มีดอกช่วงเมษายนถึงมิถุนายน เจอตามป่าโปร่ง หรือเขาหินปูน
สาวร้อยสามีหรือรากสามสิบ เป็นสมุนไพรไทยมีรสขนมหวานเย็น ที่แฝงไปด้วยสรรพคุณขนานเอก บำรุงเครื่องเพศในสตรี และยังเสริมสมรรถภาพทางเพศให้แก่ชาย
นิยมนำส่วนของใบอ่อน ยอดอ่อน ผลอ่อน ซึ่งมีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนผักชีลาว มารับประทานเป็นผัก และก็นำส่วนของรากที่มีลักษณะเหมือนกระชาย แม้กระนั้นมีขนาดใหญ่และก็ยาวกว่าทั้งยังมีกลิ่นหอมหวน มาใช้ดองยาสมุนไพร ชูกำลังในสตรีด้วยสรรพคุณที่สอดคล้องกับชื่อที่เรียกชื่อกันว่า สาวร้อยสามี ที่สื่อความหมายได้ว่า ไม่ว่าสาวใด อายุเท่าไร อยู่ในวัยมีระดูหรือหมดประจำเดือนก็ตาม ถ้าเกิดได้ทานหัวพืชประเภทนี้เสมอๆ จะช่วยให้มองเป็นสาวกว่าวัย มีพลังทางเพศ และยังช่วยเพิ่มขนาดของหน้าอก ด้วยวิธีการนำรากสดมาต้มกินหรือจะนำรากไปตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก็ได้เช่นกันตามตำราอายุรเวท มีการใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในผู้หญิง ช่วยทำให้ผู้หญิงกลับมาเป็นสาวได้อีกที
ในอินเดียก็เรียกสมุนไพรประเภทนี้คล้ายกับประเทศไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตาวรี (Shtavari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางแบบเรียนพูดว่าหมายคือ ผู้หญิงที่มีร้อยสามี “Satavari” (this is an India word meaning’a woman who has a hundred husbands) รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกพูดถึงในหนังสือ พระเวท ซึ่งเป็นคำภีร์ที่มีมาก่อนอายุยงรเวทด้วยซ้ำ ก็เลยคงจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว และก็ในประเทศอินเดียใช้ รากสามสิบ ทำเป็นขนมเช่นเดียวกับเมืองไทย
ในตำราเรียนอายุรเวทใช้รากสามสิบเป็นสมุนไพรหลักสำหรับบำรุงในผู้หญิง ในการทำให้สตรีกลับมาเป็นสาว (Female rejuvention) นอกจากนี้ยังช่วยขจัดปัญหาอื่นๆของสตรีเป็นต้นว่า สภาวะเมนส์เปลี่ยนไปจากปกติ ปวดเมนส์ สภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย สภาวะหมดปะจำเดือน(menopause) และใช้บำรุงนมบำรุงท้อง ปกป้องการแท้ง (habitual abortion) รวมทั้งอาการที่ไม่พึงปรารถนาอื่นๆของผู้หญิง
แม้สมุนไพรประเภทนี้จะสะดุดตาต่อเพศหญิงแล้ว ในอินเดียยังใช้ในการเพิ่มพลังทางเพศให้กับเพศชายอีกด้วย ซึ่งก็อาจคล้ายกับทางภาคเหนือของไทยที่ใช้สาวร้อยสามี หรือที่เรียกในภาคเหนือว่า “ม้าสามต๋อน” เป็นยาดองเพื่อเพิ่มพลังทางเพศชาย และก็ยังคงใช้เพื่อสรรพคุณทางยาอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น ยาแก้ไอ ยารักษาโรคกระเพาะ ยาแก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งจัดได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพร ที่ใช้มากที่สุดในอินเดีย เดี๋ยวนี้มีสารสกัดด้วยน้ำ ของรากสามสิบ จากประเทศอินเดียไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในลักษณะเป็น dietary supplement หรือพวกอาหารเสริมซึ่งสามารถขายได้ ทั่วๆไปไม่ต้องมีใบสั่งหมอ

สรรพคุณสมุนไพรรากสามสิบ (รากศตวารี)
ช่วยสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนเพศหญิง
แก้ปวดรอบเดือน
แก้เมนส์มาแตกต่างจากปกติ
แก้อาการตกขาว
จัดการกับปัญหาช่องคลอดอักเสบ ช่วยดับกลิ่นในช่องคลอด
ช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับ
จัดการกับปัญหาการมีลูกยาก คุ้มครองปกป้องการแท้งบุตร
บำรุงน้ำนม
ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
ช่วยระบาย ขับเยี่ยว
ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก
ช่วยเพิ่มขนาดอก และก็สะโพก
กระชับรูปร่าง
ช่วยลดไขมันส่วนเกิน
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
บำรุงเลือด แล้วก็บำรุงหัวใจ
บำรุงฮอร์โมนเพศ
บำรุงผิวพรรณ
ลดสิว ลดฝ้า ช่วยผิวขาวใส
แก้อาการวัยทอง ชะลอความแก่
ใช้รักษาโรคตับ ปอดพิการ
บำรุงกำลัง แก้กษัย
ข้อควรระวังในการใช้รากสามสิบ
รายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่ารากสามสิบมีฤทธิ์ราวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยเหตุนั้นจึงห้ามนำมาใช้ในสตรีที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคโรคมะเร็ง อาทิเช่น คนป่วยโรค uterine fribrosis หรือ fibrocystic breast
ผลจากการวิจัยสมุนไพรรากสามสิบ
การศึกษาในหนูแรทของสารสกัดรากด้วยเอทานอลต้นรากสามสิบ แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเฉียบพลัน รวมทั้งช่วงยาวต่อเนื่อง
โดยการเรียนรู้ในระยะกระทันหันป้อนสารสกัดเอทานอลต้นรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กก. ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน แล้วก็หนูแรทที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แล้วก็ จำพวกที่ 2 พบว่าไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ว่าช่วยทำให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของกลูโคส (glucose tolerance) ในนาทีที่ 30 ดีขึ้น และก็การเรียนรู้ตอนยาวสม่ำเสมอโดยป้อนสารสกัดเอทานอลรากสามสิบขนาด 1.25 กรัม/กก.วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ตอนที่หนูเบาหวานกรุ๊ปควบคุมได้รับน้ำในขนาดที่เท่ากัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และเพิ่มระดับของอินซูลิน 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม นอกเหนือจากนั้นยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน รวมทั้งเพิ่มกลัยโคเจนที่ตับเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเบาหวานควบคุม จากการเล่าเรียนในคราวนี้สรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดรากสามสิบน่าจะเป็นผลมาจากการขัดขวางการย่อยแล้วก็การดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต และก็การเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งต้นรากสามสิบน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการเอามารักษาคนไข้เบาหวานได้
ที่มา : หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 12