แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - BeerCH0212

หน้า: [1] 2
1

โรคโปลิโอ (Poliomyelitis)
โรคโปลิโอคืออะไร โรคโปลิโอศึกษาและทำการค้นพบหนแรกเมื่อ ค.ศ. 1840 โดย Jakob Heine ส่วนเชื้อไวรัสโปลิโอซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคถูกพ้นพบเมื่อ คริสต์ศักราช 1908 โดย Karl Landsteiner โรคโปลิโอ หรือ ไข้ไขสันหลังอักเสบ  เป็นโรคที่สร้างความทุกข์แก่เด็กทั่วโลก ซึ่งมีผู้ป่วยในอดีตกาลมากกว่า 350,000 รายต่อปี ด้วยเหตุว่านำมาซึ่งความพิกลพิการ ขา หรือ แขนลีบ และเสียชีวิต ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการต่อว่าดเชื้อไวรัสโปลิโอ โดยผู้เจ็บป่วยส่วนมากมักไม่มีอาการแสดงของโรค ส่วนในกรุ๊ปคนไข้ที่มีลักษณะนั้นโดยมากจะมีลักษณะอาการเพียงเล็กน้อยอย่างไม่เจาะจงแล้วก็หายได้เองภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่วัน แต่จะมีคนเจ็บเพียงแค่ส่วนน้อยที่จะมีอาการของกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเมื่อผ่านไปหลายๆปีหลังการรักษา คนเจ็บที่เคยมีลักษณะกล้ามเนื้ออ่อนกำลังนี้อาจจะมีการเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนล้าซ้ำขึ้นมาอีก แล้วก็บางทีอาจกำเนิดกล้ามฝ่อลีบแล้วก็กำเนิดความพิการของข้อตามมาได้ ในขณะนี้โรคนี้ยังไม่มียารักษา แม้กระนั้นมีวัคซีนที่ใช้คุ้มครองโรคได้
โรคโปลิโอ นับเป็นโรคที่มีความหมายมากมายโรคหนึ่ง แบบนี้ก็เพราะเชื้อ เชื้อไวรัสโปลิโอ จะก่อให้มีการอักเสบของไขสันหลังทำให้มีอัมพาตของกล้ามเนื้อแขนขา ซึ่งในรายที่อาการร้ายแรงจะทำให้มีความพิกลพิการตลอดชีวิต แล้วก็บางรายอาจถึงเสียชีวิตได้ ในปี พ.ศ. 2531 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ทุกประเทศร่วมมือกวาดล้างโรคโปลิ โอ ทำให้อัตราการป่วยทั้งโลกน้อยลงไปๆมาๆกถึง 99% โดยลดน้อยลงจาก 350,000 ราย (จาก 125 ประเทศทั้งโลก) ในปี พุทธศักราช 2531 เหลือเพียง 820 รายใน 11 ประเทศในปี พศ. 2550 ซึ่งประ เทศที่ยังเจอโรคมากอยู่เป็น อินเดีย (400 กว่าราย) ปากีสถาน ไนจีเรีย รวมทั้งอัฟกานิสถาน
ส่วนในประเทศไทยไม่เจอคนเจ็บโรคโปลิโอมาตรงเวลายาวนานหลายปีแล้ว โดยเจอรายท้ายที่สุดในปี พ.ศ. 2540 ที่ จังหวัด เลย แต่ว่าเด็กทุกคนยังคงต้องได้เรื่องฉีดรับวัคซีนตามมาตรกาเกลื่อนกลาดวาดล้างโรคโปลิโอร่วมกับนานาประเทศทั่วทั้งโลก เนื่องจากว่าโปลิโอเป็นโรครุนแรงที่สร้างความสูญเสียทั้งยังทางด้านร่างกายแล้วก็เศรษฐกิจ และก็ปัจจุบันถึง องค์การอนามัยโลก CWHO ได้ประกาศรับรองให้เป็นประเทศที่ปลอดโรคโปลิโอแล้วเมื่อวันที่ 27 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2557 แม้กระนั้นประเทศไทยยังที่เสี่ยงต่อโรคโปลิโออยู่ ด้วยเหตุว่ามีอาณาเขตใกล้กับประเทศที่มีการระบาดของโรคโปลิโออย่างเมียนมาร์แล้วก็ลาวที่เพิ่งจะพบเชื้อโปลิโอสายพันธุ์วัคซีนกลายพันธ์ไปเมื่อปี พุทธศักราช 2558
ต้นเหตุของโรคโปลิโอ โรคโปลิโอมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโปลิโอ single-stranded RNA virus ไม่มีเปลือกหุ้มจัดอยู่ใน Family Picornaviridae, Genus Enterovirus มี 3 ทัยป์เป็นทัยป์ 1, 2 และ 3 โดยแต่ละประเภทอาจจะทำให้เกิดอัมพาตได้ พบว่า type 1 ส่งผลให้เกิดอัมพาตและก็เกิดการระบาดได้บ่อยครั้งกว่าทัยป์อื่นๆและก็เมื่อติดโรคประเภทหนึ่งแล้วจะมีภูมิคุ้มกันถาวรเกิดขึ้นเฉพาะต่อทัยป์นั้น ไม่มีภูมิต้านทานต่อทัยป์อื่น ด้วยเหตุนี้ ตามแนวความคิดนี้แล้ว คน 1 คน อาจติดเชื้อได้ถึง 3 ครั้ง และแต่ละทัยป์ของไวรัสโปลิโอ จะแบ่งย่อยได้อีก 2 สายพันธุ์ คือ

  • สายพันธุ์ร้ายแรงก่อโรค (Wild strain) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังแล้วก็กำจัด โดยตอนนี้ยังเจอสายพันธุ์รุนแรงนี้ใน 2 ประเทศเป็นอัฟกานิสถานรวมทั้งปากีสถาน
  • สายพันธุ์วัคซีน (Vaccine strain หรือ Sabin strain) เป็นการทำให้เชื้อไวรัสโปลิโออีกทั้ง 3 ประเภทย่อยอ่อนฤทธิ์ลงจนไม่สามารถที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคได้ แล้วประยุกต์ใช้เป็นวัคซีนชนิดหยด หรือที่เรียกกันว่า OPV (Oral polio vaccine) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธุ์วัคซีนอาจมีการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลจนสามารถทำให้มีการเกิดสายพันธุ์วัคซีนกลายพันธุ์ รวมทั้งทำให้เกิดโรคโปลิโอได้ ซึ่งการเกิดนี้ชอบเกิดในชุมชนที่หรูหราความครอบคลุมของวัคซีนโปลิโอค่อนข้างต่ำเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน


โดยเชื้อโปลิโอนี้จะอยู่ในไส้ของคนเพียงแค่นั้น ไม่มีแหล่งรังโรคอื่นๆเชื้อจะแบ่งตัวเพิ่มได้ในลำไส้ของผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันและอยู่ด้านในไส้ 1-2 เดือน เมื่อถูกขับถ่ายออกมาข้างนอก จะไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ แล้วก็เชื้อจะอยู่ข้างนอกร่างกายในสิ่งแวดล้อมไม่ได้นาน โดยเฉพาะในเขตร้อน อายุครึ่งชีวิตของเชื้อไวรัสโปลิโอ (half life) ประมาณ 48 ชั่วโมง
อาการของโรคโปลิโอ  เมื่อเชื้อโปลิโอไปสู่ร่างกายของผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทาน ไวรัสจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในรอบๆ pharynx แล้วก็ลำไส้ สองสามวันถัดมาก็จะกระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอที่ต่อมทอนซิล และก็ที่ไส้และก็ไปสู่กระแสโลหิตทำให้มีลักษณะไข้เกิดขึ้น ส่วนน้อยของไวรัสจะผ่านจากกระแสโลหิตไปยังไขสันหลังและก็สมองโดยตรง หรือนิดหน่อยอาจผ่านไปไขสันหลังโดยทางเส้นประสาท เมื่อไวรัสเข้าไปยังไขสันหลังแล้วมักจะไปที่ส่วนของไขสันหลังหรือสมองที่ควบคุมรูปแบบการทำงานของกล้าม เมื่อเซลล์สมองในส่วนที่    ติดโรคมีอาการอักเสบมากมายจนถูกทำลายไป กล้ามที่ควบคุมโดยเซลล์ประสาทนั้นก็จะมีอัมพาตและฝ่อไปในที่สุด
         ทั้งนี้สามารถแบ่งคนเจ็บโปลิโอตามกรุ๊ปอาการได้เป็น 4 กรุ๊ปหมายถึง

  • กรุ๊ปคนเจ็บที่ไม่มีอาการ คนเจ็บกลุ่มนี้มีราว 90 – 95% ของผู้ติดโรคโปลิโอทั้งหมด มีความสำคัญทางด้านระบาดวิทยา เนื่องจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่เข้าไปจะไปเพิ่มจำนวนในไส้ แล้วก็ถ่ายออกมาตรงเวลา 1-2 เดือน นับเป็นแหล่งแพร่โรคที่สำคัญในชุมชน
  • กรุ๊ปคนไข้ที่มีอาการน้อยมาก (Abortive poliomyelitis) หรือที่เรียกว่า abortive case หรือ minor illness ซึ่งจะเจอได้โดยประมาณ 5-10% ของผู้ติดโรคโปลิโอทั้งปวง มักจะมีลักษณะอาการไข้ต่ำๆเจ็บคอ คลื่นไส้ ปวดท้อง ไม่อยากอาหาร และก็อ่อนเพลีย อาการจะเป็นอยู่ 3-4 วัน ก็จะหายเป็นระเบียบโดยไม่มีอาการอัมพาต ซึ่งจะวินิจฉัยโรคแยกจากโรคติดเชื้อไวรัสอื่นมิได้
  • กรุ๊ปผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสโปลิโอ (Nonparalytic poliomyelitis) กลุ่มนี้จะพบได้เพียงแค่ 1% ของผู้ติดโรคโปลิโอทั้งปวง จะมีลักษณะเช่นเดียวกับที่เกิดจากเชื้อไวรัสอื่นๆคนไข้จะมีอาการเหมือน abortive case แต่ว่าจะตรวจพบคอแข็งกระจ่าง มีลักษณะอาการปวดศีรษะ ปวดตามกล้าม เมื่อตรวจน้ำไขสันหลังก็จะพบไม่ปกติแบบการติดเชื้อไวรัส มีเซลล์ขึ้นไม่มากจำนวนมากเป็นลิมโฟซัยท์ ระดับน้ำตาลและโปรตีนปกติ หรือเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ
  • กรุ๊ปผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการกล้ามอ่อนเพลีย (Paralytic poliomyelitis) เป็นอัมพาต กลุ่มนี้เจอได้น้อยมากจะมีอาการแบ่งได้ 2 ระยะ ระยะแรกคล้ายกับใน abortive case หรือเป็น minor illness เป็นอยู่ 3-4 วัน หายไป 3-4 วัน เริ่มเป็นไข้กลับมาใหม่ พร้อมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้ออาจมีการเกร็งตัวของกล้ามก่อนที่จะมีอัมพาตเกิดขึ้น กล้ามจะเริ่มมีอัมพาตรวมทั้งเพิ่มจำนวนกล้ามเนื้อที่มีอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมากจะกำเนิดสุดกำลังภายใน 48 ชั่วโมง แล้วก็จะไม่ขยายเพิ่มขึ้นตอนหลัง 4 วัน เมื่อตรวจทานรีเฟลกซ์ครั้งคราวจะพบว่าหายไปก่อนที่กล้ามจะมีอัมพาตสุดกำลัง


          ลักษณะของอัมพาตในโรคโปลิโอชอบพบที่ขามากยิ่งกว่าแขนแล้วก็จะเป็นข้างเดียวมากกว่า 2 ข้าง (asymmetry) มักจะเป็นกล้ามเนื้อต้นขา หรือต้นแขนมากกว่าส่วนปลาย เป็นแบบปวกเปียก (flaccid) โดยไม่มีความเคลื่อนไหวในระบบความรู้สึก (sensory) ที่พบได้ทั่วไปคือเป็นแบบ spinal form ที่มีอัมพาตของแขน ขา หรือกล้ามเนื้อลำตัว ในรายที่เป็นมากอาจมีอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนลำตัวที่อกและก็พุง ซึ่งมีความหมายสำหรับการหายใจ ทำให้หายใจเองไม่ได้ บางทีอาจถึงตายได้ถ้าเกิดช่วยไม่ทัน
ปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อกำเนิดโรคโปลิโอ โรคโปลิโอพบได้บ่อยได้ในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยทั้งยังผู้ชายและก็เพศหญิงมีโอกาสติดเชื้อโรคนี้ได้เท่ากัน รวมทั้งมีโอกาสติดเชื้อโปลิโอได้ง่าย แม้กระนั้นมีคนไข้น้อยมากที่จะมีอาการกล้ามเหน็ดเหนื่อย เชื้อไวรัสจำพวกนี้จะเจริญวัยอยู่ในลำไส้ เชื้อก็เลยถูกขับออกจากร่างกายมาพร้อมกับอุจจาระและก็แพร่ไปสู่คนอื่นๆผ่านการกินอาหารหรือกินน้ำที่แปดเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ป่วย ซึ่งมีเหตุมาจากการขับถ่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะและไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร โรคนี้ก็เลยพบมากมากมายในประเทศที่ล้าหลังและกำลังปรับปรุงที่ขาดการดูแลเรื่องสุขอนามัยที่ดี
อีกทั้งคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโปลิโอนั้น จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการต่อว่าดเชื้อเพิ่มขึ้นถ้าหากอยู่ในข้างในกรุ๊ปเสี่ยงดังต่อไปนี้
           หญิงตั้งครรภ์แล้วก็คนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ดังเช่นว่า ผู้ติดเชื้อโรคเอชไอวี และก็เด็กตัวเล็กๆซึ่งจะมีความไวต่อการได้รับเชื้อโปลิโอ
           เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโปลิโอหรือเพิ่งจะเกิดการระบาดของโรคเมื่อเร็วๆนี้
           เป็นผู้ดูแลหรืออาศัยอยู่กับผู้ติดเชื้อโปลิโอ
           ดำเนินงานในห้องทดลองที่สัมผัสใกล้ชิดกับเชื้อไวรัส
           คนที่ผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกไป
กรรมวิธีรักษาโรคโปลิโอ หมอจะวินิจฉัยโรคโปลิโอด้วยการซักถามอาการจากคนป่วยว่ารู้สึกเจ็บปวดรอบๆหลังแล้วก็คอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนหรือหายใจหรือเปล่า ตรวจตราปฏิกิริยาสะท้อนกลับของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางทะเลเหลือง โดยเก็บตัวอย่างในตอนระยะรุนแรงรวมทั้งระยะแฝงของโรค ตรวจสารภูมิต้านทาน IgM หรือ IgG นอกเหนือจากนั้นเพื่อยืนยันให้มั่นใจอาจมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโปลิโอด้วยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากลำคอ อุจจาระ หรือน้ำหล่อเลี้ยงสมองและก็ไขสันหลังส่งไปทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีคนเจ็บที่มีลักษณะอาการกล้ามเนื้ออัมพาตแบบปวกเปียก (acute flaccid paralysis : AFP) หมอจะปฏิบัติการสืบสวนโรค กับเก็บอุจจาระส่งไปตรวจเพื่อ    แยกเชื้อโปลิโอ การวินิจฉัยที่แน่นอนเป็น แยกเชื้อโปลิโอได้จากอุจจาระ และก็กระทำตรวจว่าเป็นทัยป์ใดเป็นสายพันธุ์ wild strain หรือ vaccine strain (Sabin strain)
          การเก็บอุจจาระส่งตรวจจะเก็บ 2 ครั้ง ห่างกันอย่างต่ำ 1 วัน จะต้องเก็บให้เร็วข้างใน 1-2 อาทิตย์ภายหลังที่เจอมีอาการ AFP ซึ่งเป็นตอนๆที่มีจำนวนเชื้อไวรัสในอุจจาระมากยิ่งกว่าระยะอื่นๆการจัดส่งอุจจาระเพื่อส่งไปตรวจต้องให้อยู่ในอุณหภูมิ 4-8๐ ซ ตลอดเวลา มิฉะนั้นเชื้อโปลิโออาจตายได้ ตอนนี้โรคโปลิโอยังไม่มีแนวทางรักษาให้หายสนิท แพทย์สามารถให้การดูแลคนป่วยตามอาการ  และก็ในช่วงเวลานี้ก็ยังไม่มียารักษาโรคโปลิโอโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดูแลรักษาจะเป็นแบบเกื้อหนุน อย่างเช่น ให้ยาลดไข้ แล้วก็ลดลักษณะของการปวดของกล้ามเนื้อ ในรายที่มีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อแขน ขา กระบวนการทำกายภาพ บรรเทาจะช่วยฟื้นฟูความสามารถของกล้ามเนื้อให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับการรักษาผู้เจ็บป่วยกลุ่มอาการหลังกำเนิดโรคโปลิโอ (Post-polio syndrome – PPS) การดูแลรักษาหลักจะย้ำไปที่วิธีการทำกายภาพบำบัดมากกว่า ตัวอย่างเช่น การใส่เครื่องไม้เครื่องมือช่วยยึดลำตัว เครื่องมือช่วยสำหรับการเดิน อุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องข้อบิดผิดรูปผิดรอยหรืออาจใช้การผ่าตัดช่วย การฝึกหัดกล่าวแล้วก็ฝึกฝนกลืนในผู้เจ็บป่วยที่มีปัญหา การออกกำลังกายที่เน้นย้ำการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อภายใต้ข้อแนะนำที่ถูกจากหมอหรือนักกายภาพบำบัด การใช้งานเครื่องช่วยหายใจในขณะหลับถ้าหากคนป่วยมีปัญหาหัวข้อการหยุดหายใจในขณะหลับ และก็การดูแลทางด้านอารมณ์แล้วก็จิตใจของผู้เจ็บป่วยร่วมด้วย

การปฏิบัติตนเมื่อป่วยด้วยโรคโปลิโอ

  • ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคโปลิโอไม่ว่ามีลักษณะอาการอยู่ในกลุ่มใด ถ้าเกิดหมอให้กลับไปอยู่ที่บ้านเครือญาติต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดสู่บุคคลในบ้าน เพราะคนป่วยจะสามารถขับเชื้อออกมาทางอุจจาระได้นานถึงโดยประมาณ 3 เดือนหลังติดเชื้อ และก็ถ้าเกิดผู้ป่วยมีภาวการณ์ภูมิคุ้มกันต้าน ทานโรคบกพร่องด้วยแล้วจะสามารถกระจายเชื้อได้นานถึงราวๆ 1 ปี โดยให้พี่น้องดูแลหัวข้อการขับ ถ่ายของผู้เจ็บป่วยให้ถูกสุขลักษณะ การล้างมือทุกหนหลังเข้าห้องน้ำและก็ก่อนถือจับอาหารเข้าปาก การกินอาหารปรุงสุกใหม่เสมอ การล้างผักผลไม้ให้สะอาดรวมทั้งปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทาน แล้วก็แม้บุคคลในบ้านคนใดกันยังไม่เคยรับวัคซีนโปลิโอ ก็ให้ขอความเห็นแพทย์เพื่อรับวัคซีนให้ครบ
  • ให้ผู้ป่วยทานอาหารที่เป็นประโยชน์ครบ 5 กลุ่ม
  • ถ้าหากผู้ป่วยมีลักษณะกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้พี่น้องช่วยทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วยเหลือทักษะการเคลื่อนไหว แล้วก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามข้อแนะนำของนักกายภาพบำบัด
  • ญาติควรจะดูแลและใส่ใจผู้ป่วย รวมทั้งดูแลทางด้านสภาวะจิตใจ สถานการณ์ทางอารมณ์ของผู้เจ็บป่วยรวมทั้งให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยด้วย
  • เครือญาติควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามนัดหมายอย่างเคร่งครัด หรือ ถ้ามีลักษณะผิดปกติที่ก่อให้เกิดอันตราย ก็ควรจะพาไปพบแพทย์โดยเร่งด่วน
การปกป้องคุ้มครองโรคโปลิโอ

  • โรคโปลิโอสามารถคุ้มครองปกป้องได้ด้วยวัคซีน ซึ่งวัคซีนที่มีใช้ ทั้งโลกมี 2 จำพวกหมายถึง
  • วัคซีนโปลิโอประเภทรับประทาน (Oral Poliomyelitis Vaccine: OPV, Sabin) การกวาดล้าง ในประเทศไทย โรคโปลิโอ H T กลุ่มโรคติดต่อที่คุ้มครองได้ด้วยวัคซีน สำนักโรคติดต่อทั่วไป Albert Bruce Sabin M.D. Jonas Edward Salk M.D. เป็นวัคซีนประเภทเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (attenuated live oral poliomyelitis vaccine) สายพันธุ์ Sabin คิดค้นโดย Albert Bruce Sabin ชาวอเมริกัน เมื่อปี พุทธศักราช 2504 วัคซีนมีเชื้อ เชื้อไวรัสโปลิโอ 3 ทัยป์เป็นทัยป์ 1, 2 และ 3 ให้วัคซีนโดยการรับประทานเป็นการเอาอย่างการตำหนิดเชื้อ ตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุลำคอรวมทั้งไส้ของผู้รับวัคซีน แล้วก็สามารถแพร่เชื้อ วัคซีนไปกระตุ้นภูมิต้านทานให้กับผู้สัมผัสสนิทสนมได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้วัคซีนโปลิโอชนิดกินนี้ถือได้ว่าเป็น เครื่องมือสำคัญในการกำจัดโรคโปลิโอเป็นอย่างมาก เพราะเหตุว่าสามารถป้องกันแล้วก็กำจัดเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ ก่อโรคได้เป็นอย่างดี แพงถูกรวมทั้งมีวิธีการให้วัคซีนง่าย แต่มีข้อเสีย เป็นอาจจะเป็นผลให้กำเนิดอาการข้างเคียง เหมือนโรคโปลิโอ (Vaccine Associated Paralytic Polio: VAPP) ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก โดยประมาณ 1 ใน 2.7 ล้านโด้ส หรืออาจมีการกลายพันธุ์ (Vaccine Derive Polio Virus: VDPV) จนก่อ โรคได้ในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนต่ำ
  • วัคซีนโปลิโอจำพวกฉีด (Inactivated Poliomyelitis Vaccine: IPV, Salk) เป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่ตายแล้ว (kill vaccine) สร้างสรรค์โดย Jonas Edward Salk ชาว อเมริกัน เมื่อปี พุทธศักราช 2498 วัคซีนจำพวกนี้มีเชื้อโปลิโอ 3 ทัยป์ ให้วัคซีนโดยการฉีด


ในตอนนี้ประเทศไทยมีการใช้วัคซีนโปลิโอในแผนงานเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค โดยให้วัคซีน OPV 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือน 1 ปีครึ่ง รวมทั้ง 4 ปี และให้วัคซีน IPV 1 ครั้ง เมื่ออายุ 4 เดือน

  • ปกป้องการต่อว่าดเชื้อรวมทั้งการแพร่ของเชื้อโปลิโอ ด้วยการทานอาหารรวมทั้งดื่มน้ำสะอาดถูกสุขลักษณะ และการอึลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกคราว
  • ภายหลังเข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดคนไข้โรคโปลิโอ หรอเข้าไปดูแลเปลี่ยนผ้าให้แก่คนไข้ควรจะล้ามือด้วยสบู่ทุกหน
  • เมื่ออยู่ในเขตพื้นที่มีการระบาดของโรคโปลิโอ ควรจะดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงประพฤติตามหลักสุขข้อกำหนดให้เคร่ง


สมุนไพรที่ใช้รักษา/ทุเลาโรคโปลิโอ เนื่องจากโรคโปลิโอเป็นโรคที่ติดต่อจากเชื้อไวรัสที่มีการติดต่อได้ง่าย และก็ในผู้เจ็บป่วยที่มีความร้ายแรงของโรคนั้นอาจส่งผลให้เสียชีวิตหรือพิการได้ ซึ่งในตอนนี้นั้นยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคโปลิโอให้หายได้ รวมถึงยังไม่มีข้อมูลว่ามีสมุนไพรชนิดไหนที่ใช้รักษาหรือบรรเทาอาการของโรคโปลิโอได้เช่นกัน
เอกสารอ้างอิง

  • การกวาดล้างโรคโปลิโอในประเทศไทย.กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนสำนักโรคติดต่อทั่วไป.วารสาร ดร.สัมพันธ์.ปีที่ 3.ฉบับที่ 4.เมษายน-พฤษภาคม 2559.หน้า 2-3
  • โปลิโอ.อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์.
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2. “โปลิโอ (Poliomyelitis)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 571-572.
  • Paul JR (1971). A History of Poliomyelitis. Yale studies in the history of science and medicine. New Haven, Conn: Yale University Press. pp. 16– ISBN 0-300-01324-8. http://www.disthai.com/
  • Cohen JI (2004). "Chapter 175: Enteroviruses and Reoviruses". In Kasper DL, Braunwald E, Fauci AS, et al. (eds.). Harrison's Principles of Internal Medicine (16th ed.). McGraw-Hill Professional. p. ISBN 0-07-140235-7.
  • โรคโปลิโอ(Poliomyelitis).ความรู้เรื่องโรคติดต่อ.สำนักโรคติดต่อทั่วไป.กรมควบคุมโรค.กระทรวงสาธารณสุข
  • Ryan KJ, Ray CG (eds.) (2004). "Enteroviruses". Sherris Medical Microbiology (4th ed.). McGraw Hill. pp. 535– ISBN 0-8385-8529-9.
  • Jeffrey I. Cohen, enteroviruses and reoviruses, in Harrison’s Principles of Internal Medicine, 15th edition, Braunwald , Fauci, Kasper, Hauser, Longo, Jameson (eds). McGrawHill, 2001
  • โรคโปลิโอ(Polio).สำนักโรคติดต่อทั่วไป.กรมควบคุมโรค.กระทรวงสาธารณสุข.


    Tags : โรคโปลิโอ

2

สมุนไพรไคร้น้ำ
ไคร้น้ำ Homonoia riparia Lour.
บางถิ่นเรียก ไคร้น้ำ แร่ (จังหวัดตรัง) กะแลแร (มลายู-จังหวัดยะลา)  (มลายู-นราธิวาส) ไคร้ (กึ่งกลาง เหนือ) ไคร้หิน (ชุมพร) สี่ทีโค่ เหี่ยที้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน).
ไม้พุ่ม สูงราว 4 มัธยม เปลือกสีเทา หมดจด กิ่งเป็นเหลี่ยม มีขนสั้นๆ. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปยาวแคบ หรือ ยาวแคบแกมรูปหอก กว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ยาว 7-18 เซนติเมตร ปลายใบและก็โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ หรือ หยักแบบซี่ฟันเล็กๆก้านใบยาว 4-11 มิลลิเมตร  สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกตั้ง ยาว 3-11 ซม. ดอกแยกเพศ. ดอกเพศผู้ กลีบรองกลีบดอกกลม แยกเป็น 3 แฉก ไม่มีกลีบ เกสรผู้หลายชิ้น โคนก้านเกสรเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็นแขนงเยอะแยะ มีอับเรณูติดอยู่เป็นกระจุกกลม. ดอกเพศเมีย ออกเป็นช่อ ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ดอกติดห่างๆกลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม ยาว 1.5-2 ซม. ข้างนอกมีขน ไม่มีกลีบดอกไม้ รังไข่กลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 2 มม. ท่อรังไข่ 3 อัน ไม่แยกกัน ยาวโดยประมาณ 5 มิลลิเมตร ด้านในมี 3 ช่อง. ผล กลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 มม. มีขน. เมล็ด ค่อนข้างเป็นรูปไข่ กว้างราวๆ 1.5 มม. ยาวโดยประมาณ 2 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในที่ลุ่ม ริมน้ำ.
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรากรับประทานเป็นยาขับฉี่ แก้น้ำเหลืองเสีย ขับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ระบาย แม้กระนั้นถ้าใช้มากจนเกินความจำเป็นจะมีผลให้อ้วก ต้น น้ำสุกต้นรับประทานเป็นยาขับเหงื่อ ยางต้นรับประทานแก้ไข้มาเลเรีย ใบ แล้วก็ ผล ตำพอกแก้โรคผิวหนังผื่นคันบางประเภท รวมทั้งให้กินน้ำต้มใบ และก็ผลไปด้วย

Tags : สมุนไพร

3
อื่นๆ / สัตววัตถุ เต่าบก
« เมื่อ: 15-12-2017 , 16:32:03 »

วงศ์เต่าบก
เต่าเดือยmanouria impressa(Gunther), ๓๐ เซนติเมตร
เต่าขนาดกึ่งกลาง มีเดือยแหลมที่โคนขาข้างหลังข้างละ ๑ อัน กระดองข้างหลังสีเหลืองผสมสีน้ำตาล มีลายดำ พบตามภูเขาสูงจากระดับ ๖๐๐ เมตรขึ้นไป ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือรวมทั้ง ภาคอีสาน
เต่าเหลืองIndotestudo elongata(Blyth), ๓๖ ซม.
เต่าขนาดกึ่งกลาง กระดองยาวนูนสูง สีเหลือง มีลายดำ ไม่มีเดือยราวกับเต่าบกชนิดอื่น อยู่ในที่แห้งได้ พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้งทั่วประเทศ
สมุนไพร เต่าหกManouria emys(Schlegel & Muller), ๕๐ ซม.
เต่าบกที่ใหญ่ที่สุดของไทย เมื่อโตสุดกำลังกระดองยาวได้ถึง ๖๐ ซม. โคนขาข้างหลัง ๒ ข้างมีเดือยหลายเดือย กระดองสีน้ำตาลเข้มหรือดำ  เจอในป่าดิบที่สูงทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก แล้วก็ภาคใต้มี ๒ จำพวกย่อยเป็นเต่าหกเหลือง manouria emys emys (Schlegel & Muller) รวมทั้งเต่าหกดำ manouria emys phayrei(Blyth)

ผลดีทางยา
เต่าที่หมอแผนไทยประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ทางยาเป็นเต่าน้ำจืดและเต่าบก แต่ที่ใช้กันมากคือเต่าท้องนา Malayemyssubtrijuga(Gray) อันเป็นเต่าน้ำจืดที่หาได้ง่ายดายยิ่งกว่าเต่าชนิดอื่นๆแล้วก็มีชื่อเสียงกันดีทั่วไป

4
อื่นๆ / สัตววัตถุ นกกระจอก
« เมื่อ: 09-12-2017 , 12:17:58 »

นกกระจอก
นกกระจอก หรือนกกระจอกบ้าน ภาคใต้เรียก นกจอก
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passer montanas (Linnaeus)
มีชื่อสามัญว่า tree sparrow หรือ European sparrow ที่เจอในประเทศไทยเป็นชนิดย่อย Passer montanus malaccensis A. Dubois
ชีววิทยาของนกกระจอก
นกประเภทนี้เป็นนกขนาดเล็ก ความยาวของตัววัดจากปลายปากถึงปลายหางราว ๑๓ เซนติเมตร ปากอ้วนสั้นเป็นปากกรวย หัวค่อนข้างใหญ่ คอสั้น ปีกสั้น ท้ายปีกมน หางออกจะสั้น ปลายหางหยักเว้าไปทางโคนหางนิดหน่อย ขาออกจะสั้น กระหม่อมสีน้ำตาลเข้ม หัวด้านข้างและคอสีขาว ขนบริเวณหูมีแถบสีดำ คอหอยสีดำ ลำตัวด้านบนและปีกสีน้ำตาลเข้ม ขนท้ายปีกรวมทั้งขนโคนปีกมีแถบสีขาว ๒ แถบ ลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลอ่อน ตัวผู้รวมทั้งตัวเมียมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากมาย แต่ว่าเพศผู้มีสีสดใสกว่าเล็กน้อย มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใกล้ถิ่นอาศัยของคนเรา อาจพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนกระทั่งที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑,๘๐๐เมตร
นกกระจอกรับประทานเมล็ดพืชและแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร ทำรังตามใต้หลังคาบ้านหรือตามหลืบตามซอก สิ่งของที่ใช้ในการทำรังมีหญ้าแห้งเป็นส่วนมาก ขยายพันธุ์ได้ทั้งปี  ออกไข่คราวละ ๓ – ๕ ฟอง ใช้เวลาฟักราว ๑๓ วัน ข้างหลังออกมาจากไข่ราว ๑๔ วัน ก็บินได้

สรรพคุณทางยา
สมุนไพร หมอตามต่างจังหวัดใช้นกกระจอกหมดทั้งตัว ถอนขน ผ่าเอาเครื่องในออก ทำความสะอาด เอาพริกไทยและก็กระชายยัดในตัว แล้วหลังจากนั้นจึงย่างไฟ แล้วเอาออกมาตำเป็นผง บางทีอาจผสมกับยาอื่นอีกหรือผสมน้ำผึ้ง รับประทานเป็นยาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ประชาชนตามชนบทลางถิ่นใช้เลือดนกกระจอกทาปานแดงเด็กแรกเกิด

5

เขาสัตว์อื่นที่ใช้แทนเขากุยได้
เขาชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับเขากุย แบบเรียนว่าใช้แทนกันได้ เช่น
๑.กาเซลคอพอก
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gazella gutturosa Pallas
มีชื่อสามัญว่า goitred  gazelle
พบในเอเชียกึ่งกลาง จากทิศใต้ของทะเลสาบแคสเปียนถึงภาคตะวันตกของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ที่สม่ำเสมอไปจนถึงเขตปกครองตนเองมองดูโกเลียใน สัตว์ประเภทนี้เพศผู้มีต่อมใหญ่ขึ้นที่คอหอยคล้ายกับเป็นโรคคอพอก ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงฤดูผสมพันธุ์เพศผู้มีเขายาว ทางช้อนไปด้านหลัง ปลายงอนขึ้น ยาวราว  ๒๕  ซม.
๒.ชิ รูหรือ แอนติโลปประเทศทิเบต
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pantholops  hodgsoni  Abel
มีชื่อสามัญว่า  chiru   หรือ  Tibetan   antelope
พบในท้องทุ่งเนินสูงของเขตปกครองตนเองทิเบต สูงที่ไหล่ยาว ๑  เมตร  หนัก  ๒๕-๓๕ กิโลกรัม มีเขายาวมากมาย ชอบย้ายที่อยู่ ในฤดูผสมพันธุ์มีฝูงตัวเมียถึง ๒0  ตัว โดยที่ตัวผู้คุมฝูงอยู่เพียงตัวเดียว สัตว์ชนิดนี้ชอบใช้กลีบขุดหลุม   นอนลึกๆเพื่อหลบลมหนาว
๓.กาเซลทิเบต
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Procapra  picticaudata Hodgson
มีชื่อสามัญว่า Tibetan   gazelle
สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะของกาเซลหลายประการ เป็น มีขนหางสั้น ไม่มีต่อมหัวตา ไม่มีพู่ขนบนเขา มีเขาเฉพาะตัวผู้ ตัวเมียไม่มีลายที่หน้า ปลายเขาไม่โค้งเป็นตะขอ   และตรงปลายก้นมีแถบขาว   สัตว์ชนิดนี้สูงที่ไหล่ราว   ๖0-๖๕ เซนติเมตร หนักราว ๒0 กิโล ข้างตัวสีน้ำตาลจาง รวมทั้งจางเป็นสีเทาในฤดูร้อน  เจอตามภูเขาสูงในที่ราบสูงทิเบต
๔.กวางเขาหิน

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Nemorhaedus  goral  Hardwicke
มีชื่อสามัญว่า common  goral  หรือ Himalayan  goral
เจอในประเทศไทย ตามเทือกเขาที่สูงชันทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง เคยเจอที่ภูเขาม่อนจอง จังหวัดเชียงใหม่ และก็ภาคตะวันตกของประเทศพม่าต่อกับบังกลาเทศ ตลอดกาลตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ถึงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไซบีเรีย กวางเขาหินมีขนาดเล็กกว่าแกงเลียงผา สีตามตัวเป็นสีเทาปนน้ำตาลอ่อนๆปนสีฟ้าจางที่ใต้คอมีสีขาว ที่สันคอไม่มีขนแผง แต่ว่ามีเส้นสีน้ำตาลเข้มจากสันคอไปบนสันหลังจนกระทั่งหาง กวางหน้าผาต่างจากแกงเลียงหน้าผาตรงที่กวางผาไม่มีรูต่อมที่อยู่ระหว่างตากับจมูก เขาแหลมโค้งไปข้างหลังคล้ายเลียงผา แม้กระนั้นเล็กมากยิ่งกว่า มีคอดที่โคนเขาราวครึ่งเดียวของความยาวเขา กวางหน้าผาเป็นสัตว์ที่ถูกใจอยู่เป็นฝูงราว  ๕-๖  ตัว เดินหาเลี้ยงชีพตามท้องทุ่งในตอนเช้า สมุนไพร รวมทั้งตอนเวลาเย็น บางโอกาสก็นอนเล่นบนหิน พระตำราธาตุวิภังค์ให้ยาที่เข้า  “เขากุย”  ไว้  ๒ ขนาน ขนานหนึ่งเป็น “ยาจิตรมหาวงษ์” ซึ่งมีบันทึกไว้ ดังต่อไปนี้ ยาชื่อจิตรมหาวงษ์  แก้คอเปื่อยยุ่ยลิ้นเปื่อยยุ่ยแลปากเปื่อยยุ่ยแลแก้ไอ ท่านให้เอา รากมะกล่ำ  ต้น ๑  รากมะกล่ำเครือ ๑  รากมะขามป้อม ๑ เนระภูเขาสี ๑  เขากวาง ๑  เขากุย  ๑  นอแรด  ๑  งาช้าง  ๑ จันทร์ทั้งสองนี้ บอแร็กสะเหม็นตุ  ๑ ยาดังนี้เอาส่วนเสมอกัน ตำผงบดทำแท่งไว้ ลานตาน้ำผึ้งทา หายแล
พระตำราปฐมจินดาร์ให้ยาหลายขนานที่เข้า “เขากุย” ขนานหนึ่งเป็นยาแก้ซางแห้ง ซึ่งมีบันทึกไว้  ดังต่อไปนี้ ยาแก้ทรางแห้ง คือทรางโจรทรางไฟ ถ้าขึ้นตาเป็นเกล็ดกระดี่  แล้วให้เป็นเลิศขึ้นพรึงไปทั้งตัวดังผด  เอาหอมแดง  ๑  รากนมแมว  ๑  รากเข็มเหลือง  ๑  ประพรมไม่  ๑  กระทือ  ๑  ไพล  ๑  กระเทียม  ๑  หว้านเปราะ  ๑  รากถั่วภู  ๑  เขากวาง  ๑   นอแรด  ๑  เขากุย ๑  เขี้ยวเสือ  ๑  เขี้ยวจระเข้  ๑   เขี้ยวหมี  ๑   เขี้ยวหมู  ๑  เขี้ยวแรด  ๑   โกศอีกทั้ง  ๕   เทียนอีกทั้ง  ๕   การะบูร  ๑  น้ำประสานทอง  ๑  รวมยา  ๒๘  สิ่งนี้   เอาเสมอภาค  ทำเปณจุณ เอาน้ำดอกไม้เป็นกระสาย  บดทำแท่ง ลานตาน้ำแตงร้านกิน แก้ในตาต้อทั้งยัง  ๔  แลต้อสำหรับทรางกุมารทั้งปวง

6
อื่นๆ / สัตววัตถุ ชะมดเช็ค
« เมื่อ: 29-11-2017 , 10:15:05 »

ชะมดเช็ด
ชะมดเช็ด (civet  cat) เป็นสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนมูสัง
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า viverricula malaccensis  (Gmelin)
จัดอยู่ในตระกูล  viverridae
มีชื่อสามัญว่า small indian civet
ชีววิทยาของชะมดเช็ด
ชะมดเช็ดเป็นชะมดที่มีขนาดเล็ก ความยาวลำตัว ๕๔-๖๓ เซนติเมตร หางยาวราว ๓๐-๔๓ ซม. น้ำหนักตัว ๑-๔  กิโล ขนสีน้ำตาลจาง  มีลายสีดำบนหลัง  ๕  ลาย เริ่มจากคอถึงโคนหาง ข้างลำตัวมีลายเป็นจุดสีดำเรียงเป็นแนวไปตามควายยาวของลำตัว หางเป็นปล้องดำสลับขาว  ๕-๙  บ้อง ปลายหางเป็นสีขาว หน้าผากแคบ ขาออกจะสั้น มักอาศัยอยู่ตามป่าเกลื่อนกลาดทั่วๆไป หาเลี้ยงชีพบนพื้นดิน  วิ่งเร็วมากหากินในค่ำคืน  ส่วนในช่วงเวลากลางวันนอนตามพุ่มไม้เตี้ยๆ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i][/url]
รอบๆตูดมีต่อมกลิ่น ขับของเหลวที่มีกลิ่นแรง โดยธรรมชาติจะขัดถูของเหลวนี้ตามตอไม้หรือกิ่งไม้ จึงเรียกชื่อสัตว์จำพวกนี้ว่า “ชะมดเช็ด”  ต่อมกลิ่นนี้มีอยู่ในตัวผู้รวมทั้งตัวเมีย แต่ว่าในตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า

ชะมดเช็ดสืบพันธุ์ได้เมื่ออายุ ๒ ปี ไม่มีฤดูผสมพันธุ์ ตั้งครรภ์นาน ๒ เดือน คลอดทีละ  ๒-๔  ตัว คลอดลูกในโพรงดินตามใกล้ต้นไม้หรือตอไม้ ตัวเมียจะเลี้ยงลูกส่วนตัวผู้จะอยู่กับเมียเฉพาะตอนสืบพันธุ์ อายุยืนได้ถึง ๑๐ ปี  กินสัตว์เล็กๆเป็นต้นว่า  ไก่  นก หนู  งู  หรือผลไม้ลางจำพวกเป็นของกิน   พบบ่อยในทวีปเอเชียตอนใต้   ตั้งแต่  อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน เวียดนาม ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซียและ อินโดนีเซีย

7
อื่นๆ / สัตววัตถุ ชะมดเชียง
« เมื่อ: 28-11-2017 , 15:30:26 »

ชะมดเชียง
ชะมดเชียงเป็นสัตว์หลายแบบในสกุล  Moschus จัดอยู่ในวงศ์  Cervidae (ในความหมายหนึ่งของคำ “เชียง” มีความหมายว่าที่สูง) แบบเรียนบางเล่มเรียกสัตว์เหล่านี้ว่า กวางชะมด ตามชื่อสามัญที่เรียก musk deer แม้กระนั้นชะมดเช็ดมีลักษณะหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับกวาง เป็นต้นว่า ลำตัวมีขนาดเล็กถึงปานกลาง ตัวผู้มีเขี้ยวใหญ่และยาวมาก ด้านบนของหัวกะโหลกไม่มีปุ่มกระดูกที่ปฏิบัติภารกิจเป็นฐานรองรับโคนเขา
ชีววิทยาของชะมดเชียง
ชะมดเชียงเป็นสัตว์กินนม มีกีบคู่ รูปร่างคล้ายสัตว์ชนิดกวาง มีขนาดเล็ก วัดจากปลายจมูกถึงก้น ๘๐-๑๐๐ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๗-๑๗ โล หัวเล็ก   ไม่มีเขา ตัวผู้มีเขายาวคล้ายใบมีด ยื่นพ้นฝีปากบนอย่างเห็นได้ชัด ตัวเมียมีเขี้ยวสั้นมากไม่ยื่นออกมาเหมือนเพศผู้ ใต้ลำคอมีแถบขนสีขาว ๑-๒  แถบ ขนบนลำตัวค่อนข้างหยาบคาย สีลำตัวผันไปสุดแท้แต่ชนิดมีตั้งแม้กระนั้นสีน้ำตาลอมเหลือง น้ำตาลเข้มจนกระทั่งสีคล้ำเกือบจะดำ ใต้ท้องสีจางกว่าลางประเภทมีจุดสีจางๆบนด้านข้างของลำตัวมีถุงน้ำดี   นมมี ๑ คู่ ขาคู่หลังยาวกว่าขาคู่หน้าราว ๕ ซม. กีบเท้ายาวเรียว เพศผู้เมื่อโตเต็มที่มีต่อมคล้ายถุงอยู่ระหว่างของลับกับสะดือสำหรับผลิตสารที่มีกลิ่น ลักษณะเป็นน้ำมันเหมือนวุ้นสีน้ำตาลแกมแดง เมื่อแห้งจะเป็นก้อน และกลายเป็นสีดำ เรียกชะมดเชียงหรือ musk ซึ่งตำราเรียนหลายเล่มเขียนไม่ถูกว่า ชะมดเช็ดได้จากอัณฑะ(testes)   ของสัตว์พวกนี้ชะมดเชียงที่ใช้เครื่องยาที่เรียก ชะมดเช็ด เช่นเดียวกันนั้น บางทีอาจได้จากสัตว์ ๔ ชนิด คือ
๑.ชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus moschiferus Linnaeus ประเภทนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดลำตัว ๕๕-๖๐ เซนติเมตร ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม มักมีลายจุดและก็ขีดสีจางกว่าบนลำตัว ขนออกจะยาวแล้วก็นุ่ม คอมีแถบสีขาวพิงตามทางยาว ๒ แถบ กระดูกขายาวกว่าประเภทอื่นๆลูกชะมดเช็ดจำพวกนี้มีลายจุดรวมทั้งขีดสีขาวเด่นตลอดตัว พบอาศัยอยู่ในแว่นแคว้นไซบีเรียจนถึงเกาะแซ็กคาลินในประเทศรัสเซีย มองโกเลีย เกาหลี รวมทั้งจีนภาคเหนือ
๒.จำพวกที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus  chrysogaster  (Hodgson) ขนาดลำตัว  ๕๐-๕๖  ซม. กะโหลกหัวมีส่วนปากยาวกว่าชนิดอื่น ลำตัวสีน้ำตาลเหลือง   มีประสีจาง   ไม่แจ่มแจ้งนัก ปลายใบหูสีเหลือง   คอมีแถบกว้างสีขาวเพียงแค่แถบเดียวชนิดย่อยที่พบในเมืองสิกขิมของอินเดียและเนปาล มีลำตัวสีน้ำตาลคล้ำเกือบจะดำ ไม่มีแถบสีขาวที่ลำคอ อาศัยอยู่ตามพื้นที่สูงแถบแนวเขาหิมาลัยรวมทั้งเทือกเขาใกล้เคียงในประเทศอัฟกานีสถาน ปากีสถาน ภาคเหนือของอินเดีย (ในเมืองชัมมูและก็กัศมีร์กับรัฐสิกขิม) ภูฏาน เนปาล แล้วก็ภาคตะวันตกของจีน
๓.จำพวกที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus   fuscus  Li  ขนาดลำตัว ๕๐-๕๓ ซม. ลำตัวสีดำเข้ม ไม่มีสีจางบนลำตัว มักอยู่ตามหุบเขาลึก ริมน้ำในมณฑลยุยงนครึ้มนของจีนและก็เขตปกครองตนเองประเทศทิเบต พม่าทางเหนือ เนปาล เมืองสิกขิมของประเทศอินเดีย  รวมทั้งภูฏาน
๔.ชนิดที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus  berzovskii  Flerov  ชนิดนี้คราวขนาดเล็กที่สุด ขนาดลำตัวสั้นกว่า ๕๐ ซม. ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม มีจุดละเอียดสีน้ำตาลเหลืองประตลอดลำตัว ลำคอมีลายแถบสีขาว ๒ แถบ ปลายใบหูมีสีดำ เจออาศัยอยู่ในป่าทึบของเมืองจีน ตั้งแต่ภาคตะวันตก ภาคใต้ ไปจนถึงจรดชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งในภาคเหนือของประเทศเวียดนาม
ชะมดเช็ดเป็นสัตว์ขี้อาย
มักซุกซ่อนตัว มีประสาทรับเสียงดีเลิศ เมื่อตกใจจะกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาเช้าแล้วก็เย็นจะออกมาจากแหล่งที่พักนอน ซึ่งเป็นตามซอกหินหรือท่อนไม้เพื่อหาเลี้ยงชีพ   อาทิเช่น ดอกไม้ ใบไม้ ยอดอ่อนของพืช รวมทั้งหญ้า ในช่วงฤดูหนาวจะรับประทานก้านไม้เล็กๆมอส แล้วก็ไลเคนเป็นปกติอยู่โดดเดี่ยวทั้งปี เว้นเสียแต่กลุ่มของชะมดเชียงตัวเมียกับลูกเพียงแค่นั้นในเขตที่อาศัยมีทางเดินต่อเนื่องกันระหว่างแหล่งของกิน แหล่งหลบภัย รวมทั้งที่ถ่ายมูลหลังถ่ายมูลจะใช้ขาคู่หน้าเขี่ยดินกลบ [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ชะมดเช็ดเพศผู้แสดงเส้นเขตโดยเอากลิ่นจากต่อมทาไว้ตามต้นไม้ ก้านไม้ และก็ก้อนหิน สังเกตได้จากคราบเปื้อนน้ำมันที่ติดอยู่รู้เรื่องว่ากลิ่นดังที่กล่าวมาแล้วยังใช้เป็นสื่อให้ตัวเมียเข้ามาหาด้วย
ฤดูผสมพันธุ์ของชะมดเช็ด
อยู่ในราวพ.ย.ถึงเดือนธันวาคม เพศผู้วิ่งไล่ต้อนตัวเมียและสู้กับเพศผู้ตัวอื่นๆเพื่อแย่งตัวเมีย เขี้ยวที่ยาวอาจก่อให้เกิดรอยแผลฉกรรจ์บนคอและบนแผ่นหลังของคู่แข่ง ในช่วงนี้ตัวผู้แทบไม่กินอาหารเลย ทั้งยังตื่นตัวอยู่ตลอดระยะเวลาแล้วก็วิ่งไปมาในรอบๆกว้าง เมื่อจบฤดูสืบพันธุ์จึงจะกลับไปอาศัยอยู่รอบๆที่อยู่เดิมอีกรอบหนึ่ง เมื่อสืบพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะมีท้องนาน  ๑๕๐-๑๘๐   วัน โดยปรกติจะคลอดครั้งละตัว ลูกอ่อนเมื่อแรกเกิดมีน้ำหนัก  ๖๐๐-๗๐๐  กรัม ลำตัวมีจุดแล้วก็ขีดสีขาวปิดบังหมดทั้งตัว ในช่วงอาทิตย์แรก ลูกชะมดเชียงซุกตัวนิ่งอยู่ตามซอกหินหรือตามพุ่มทึบ ตัวเมียเข้าไปให้นมลูกเป็นบางครั้ง ในระหว่างกินนมลูกจะใช้ขาหน้าเกาะเขี่ยขาคู่หลังของแม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นให้นมไหล การกระทำแบบนี้ไม่พบในสัตว์พวกกวาง เมื่ออายุได้รา  ๑ เดือน จึงออกไปพบรับประทานกับแม่ ชะมดเชียงแก่  ๘-๑๒  ปี   ถิ่นที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นป่าที่อยู่ไกลห่างจากชุมชน มักเป็นป่าสนหรือป่าผลัดใบที่รกทึบบนภูเขาหิน ในเขตหนาวและก็เขตอบอุ่นของซีกโลกภาคเหนือ ตั้งแต่ประเทศรัสเซีย มองดูโกเลีย ประเทศเกาหลี จีน ลงมาถึงตามประเทศที่อยู่ตามแนวแนวเขา ในภูมิภาคเอเชียใต้ ตัวอย่างเช่น อัฟกานีสถานปากีสถาน ทางเหนือของอินเดีย รัฐสิกขิม ภูฏาน เนปาล แล้วก็ภูมิภาคในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เมียนมาร์จนกระทั่งเวียดนาม

ประโยชน์ทางยา
คุณประโยชน์ทางโบราณว่า ชะมดเชียงมีรสหอมเย็นและคาวเล็กน้อย ใช้ปรุงเป็นยาชูกำลังรวมทั้งบำรุง ใจมิให้หม่นหมอง ใช้ผสมในยาแผนไทยต่างๆหลายขนาน อาทิเช่นยาแก้ลมยาแก้เจ็บคอยาแก้ไข้หนาวสั่น ยาแก้โรคเกี่ยวกับข้อ แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อในโรคไอกรน แต่มักใช้ในจำนวนน้อย เพราะว่าแพงแพงและหายาก ชะมดเช็ดมีส่วนประกอบทางเคมี ชื่อสาร  มัสโคลน(muscone)นอกนั้นยังมีชัน(resin)คอเลสเตอรีน(cholesterin) โปรตีนไขมันรวมทั้งสารอื่นๆอีกหลายอย่าง ใช้ในอุตสาหกรรมทำน้ำหอม

8

สมุนไพรอำพัน
อำพันเป็นซันแข็งที่ได้จากซากดึกดำบรรพ์ของสนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์
อันมีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า  Pinus  succinifera Conw.
ในตระกูลPinaceae

มีชื่อสามัญว่า  amber
มีชื่อเรียกในภาษากรีกว่า electron (เพราะว่าเมื่อเอาอำพันมาถูกับไหมจะได้ไฟฟ้าสถิต) อันเป็นที่มาของคำว่า  electricity  ในภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายว่ากระแสไฟฟ้า สมุนไพร หมอแผนไทยใช้อำพันปรุงเป็นยาแก้โรคนอนไม่หลับ  ไม่สบายใจ  หลงๆลืมๆ จงมายากลนี  ๑  พิกุล  ๑  สาระภี  ๑  มะลิ  ๑  สัตบุศย์  ๑  สัตตบงก ๑  กรุงเฉมา  ๑  อำพัน  ๑  ชะมดเชียง  ๑  พิมเสน  ๑  ยาดังนี้เอาส่วนเท่ากัน  บดปั้นแท่งไว้  ละลายน้ำดอกไม้ เมื่อจะรับประทานให้แชกน้ำตาลกรวดแก้พิษกังวลในอกในทรวงให้สวิงสวายให้หิวโหยหากำลังไม่ได้รับประทานหายแล

Tags : สมุนไพร

9
อื่นๆ / สัตววัตถุวัว
« เมื่อ: 22-11-2017 , 11:10:43 »

วัว
คำ “วัว” เป็นคำที่แผลงมาจากคำไทยว่า “งัว” ส่วนคำ “วัว” เป็นคำเรียกสัตว์ชนิดนี้ในภาษาบาลี (คำ“วัว” นี้อาจหมายถึงดวงอาทิตย์  อาทิเช่นในคำ“โคจร” ซึ่งแปลว่า ฟุตบาทของดวงตะวัน )
ชีววิทยาของวัว
โคเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง รับประทานหญ้า มี ๔ เท้า และก็กีบเป็นคู่ เขากลวง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  Taurus (Linnaeus) จัดอยู่ในวงศ์ Bovidae
โคบ้านมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  bos  Taurus  domesticus  Gmelin  วัวบ้านของไทยมีพัฒนาการมาจากโคป่าหรือโคออรอกส์  (Aurochs)  ซึ่งปัจจุบันนี้สิ้นพันธุ์ไปหมดแล้ว  วัวป่าที่ยังคงเจอในบ้านพวกเราคือโคแดง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  javanicus  (D’Alton)  รู้เรื่องว่าวัวแดงนี้น่าจะสืบสายมาจากสชโคออรอกส์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  ต่อมาโคแดงนี้จึงสืบทอดมาเป็นวัวบ้านของประเทศไทย ทำให้รูปร่างรวมทั้งสีสันของวัวบ้านเหมือนโคแดงมากมาย แต่ว่ารูปร่างใหญ่มากยิ่งกว่าและสูงกว่า วัวแดงมีความสูงที่ไหล่ราว ๑.๗๐ เมตร หรือกว่านั้น มีเขายาวราว ๗๐ ซม. โคแดงมีสีน้ำตาลแกมแดงเหมือนโคบ้าน ตัวผู้เมื่อมีอายุมากๆสีบางทีอาจแปรไป วัวแดงเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่เป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีราว ๒๐-๓๕ ตัว มักมีตัวเมียแก่ๆเป็นจ่าฝูง แต่ละฝูงมักมีตัวผู้เพียงแค่ตัวเดียว คอยทำหน้าที่สืบพันธุ์เมื่อตัวเมียเป็นสัด

ผลดีทางยา
แพทย์แผนไทยรู้จักใช้นมวัว (นมโค) ขี้วัว (ขี้วัว) และน้ำมูตรโค (น้ำมูตรวัว) น้ำมันไขข้อวัว เป็นยา
๑. น้ำนมโค ได้จากเต้านมของโคเพศภรรยาที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า น้ำนมโคหรือนมโคมีรสหวาน มัน เย็น มีสรรพคุณปิดธาตุ แก้โรคในอก ชูกำลังและก็เลือดเนื้อ เจริญก้าวหน้าไฟธาตุ แพทย์แผนไทยมักใช้นมวัวเป็นน้ำกระสายยา ตัวอย่างเช่น “ยาแก้ลมโกฏฐาสยาวาตา” ใน พระคู่มือโรคนิทาน ใช้ “นมโค” เป็นน้ำกระสายยา ดังต่อไปนี้ลมโกฏฐาสยาวาตาแตกนั้น มักให้กลิ่นคาวคอ ให้คลื่นไส้ ให้จุกเสียด ให้เขมือบในอกถ้าเกิดจะแก้ ให้เอาใบสลอดต้มกับเกลือให้สุกแล้วตากแดดให้แห้ง ๑   ชะเอมเทศ ๑  รากเจตมูลเพลิงเเดง ๑  ราก{ตอ|โคนงแตก ๑  รากจิงจ้อใหญ่ ๑  ลำพัน ๑  พริกล่อน ๑  ดีปลี ๑  ใบหนาด ๑  การะบูร ๑  เอาเท่าเทียม ทำเปนจุณ ละลาย นมโค ก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ รับประทานหายแล
๒. ขี้วัว ตำราเรียนยามักเรียก น้ำมูลโค หมอแผนไทยใช้ขี้วัวปรุงเป็นยาบำบัดโรคทั้งยังข้างในและด้านนอกหลายขนาน โดยมากใช้ขี้วัวดำ หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า ขี้วัวดำมีรสขม เย็น มีสรรพคุณดับพิษร้อน พิษไข้ พิษกาฬ ลางแบบเรียนว่าขี้วัวสดและแห้งผสมกับใบน้ำเต้าสดและก็เหล้า ตำคั้นเอาน้ำ ทาแก้เริม ไฟลามทุ่ง งูสวัด ลมพิษ   รวมทั้งแก้พุพอง ฟกบวม ทำลายพิษ
๓. น้ำมูตรวัว หนังสือเรียนยามักเรียกว่า น้ำมูตรวัว  และก็มักใช้น้ำมูตรโคดำเป็นน้ำกระสายยา เป็นต้นว่า ยาสตรีขนานหนึ่งใน พระคัมภีร์มหาโชตรัต ใช้ “มูตรวัวดำ” เป็นกระสาย   ดังนี้ ถ้าหากหญิงโลหิตตกทางทวารหนักทวารเบา ไม่ออกสะดวก ให้เอาขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ผลผักชีล้อม ๑ บดละลายด้วย มูตรโคดำ กินหายแล
๔. น้ำมันไขข้อวัว พระคู่มือมุจฉาปักขันทิกา ให้ยาน้ำมันทาแก้ไส้ขาดไส้ลุกลามและก็แผลฝีเน่าขนานหนึ่ง เข้า “น้ำมันไขข้อวัว”   เป็นเครื่องยาด้วย ดังนี้
หากไม่ฟัง   พิษนั้นกล้านักมักเผาเอาเนื้อนั้นสุก หนุ่มเข้าไปแม้กระนั้นปลายองคชาตทุกวี่วันๆก็ดี   ท่านให้หุงน้ำมันนี้ใส่   ดับพิษทั้งรักษาเนื้อไว้   มิให้เหน้าเข้าไปได้ ท่านให้เอามะพร้าวแตกหน่อบนต้นเขี้ยวน้ำมันให้ได้ถ้วย ๑  จึงเอาใบกระเม็ง ๑ ใบยาสูบใหม่ๆ๑  เปลือกพันพาย ๑  เปลือกจิก ๑  เปลือกกรด ๑  ห้าลำโพง ๑  ใบเทียน ๑  ใบทับทิม ๑   ใบขมิ้นอ้อย ๑ ใบมัน ๑  ยาดังนี้เอาสิ่งละถ้วย ใส่ลงกับน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวหุงให้อาจแม้กระนั้นน้ำมัน แล้วเอาน้ำมันแมวดำชาตรีจอก ๑ น้ำมันขัดไก่จอก ๑   น้ำมันไขข้อวัวจอก  ๑   ปรุงใส่ลงเถิดยอดเยี่ยมนัก  น้ำมันนี้ท่านตีค่าไว้ตำลึงทองหนึ่งใช้ได้ทุกสิ่ง แลตานทรางสรรพพิษฝีเปื่อยเหน้า   ทั้งยังแก้มิให้เป็นด่างเป็นแผลให้คงจะคืนดีคนเก่า แลแก้ไส้กุดไส้ลาม  ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาแต่ครั้งหลังหายสิ้นอย่าสนเท่ห์เลย  ได้ทำมามากมายแล้ว  ตำรานี้ฝรั่งเอามาแต่ว่าเมืองยักกัตราแล

10
อื่นๆ / สัตววัตถุเสือโคร่ง
« เมื่อ: 21-11-2017 , 10:26:54 »

เสือโคร่ง
เสือโคร่งเป็นสัตว์จำพวกแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รับประทานเนื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris (Linnaeus) ประเภทที่พบในประเทศไทยเป็นประเภทย่อย Panthera tigris corbetti (Mazak) จัดอยู่ในตระกูล Felidae เสือลายพาดกลอน ก็เรียก
ชีววิทยาของเสือโคร่ง
เสือโคร่งเมื่อโตเต็มกำลังมีความยาวลำตัวราว ๒๑๐ ซม. หางยาวราว ๑๐๕ เซนติเมตร สูงราว ๙๕ เซนติเมตร (วัดจากหัวไหล่) น้ำหนักตัว ๑๐๐-๒๑๐ กิโลกรัม เพศผู้ที่โตสุดกำลังอาจหนักได้ถึง ๓๐๐ กิโลกรัม มีเล็บแหลมคม ซ่อนได้ มีเขี้ยวบน ๒ เขี้ยว ข้างล่าง ๒ เขี้ยว หน้าสั้น มีหนวดแข็ง ตากลมโต แวววับ ขมตามตัวเป็นเส้นเล็กละเอียด สีเหลืองปนเทา หรือสีเหลืองอมสีน้ำตาลปนแดง ท้องสีขาว มีแถบลายดำพาดผ่านหลังลงมาข้างๆลำตัวตลอดตั้งแต่หัวถึงปลายหาง หางมีปล้องสีดำสลับเหลือง ปลายหางสีดำ ข้างหลังใบหูมีสีดำ และก็มีจุดสีนวลใหญ่เห็นได้ชัด เสือโคร่งเป็นสัตว์ขี้ร้อน ชอบเล่นน้ำหรือแช่น้ำมากมาย ขึ้นต้นไม้ได้ อาศัยในป่าได้ดูเหมือนจะทุก สมุนไพร จำพวกที่มีอาหาร น้ำ และแหล่งหลบตัวอย่างพอเพียง อาทิเช่น ถ้ำ หลืบหิน ท่อนไม้ใหญ่ ป่าที่รกทึบ ออกล่าเหยื่อตั้งแต่ช่วงค่ำไปจนกระทั่งรุ่งอรุณ อาหารที่กินได้แก่ กวาง เก้ง หมูป่า โค ควาย แล้วก็สัตว์อื่นๆเสือโคร่งถูกใจอยู่สันโดษ เว้นเสียแต่ตัวเมียที่กำลังเลี้ยงลูกอ่อน เป็นประจำตัวเมียเป็นสัดทุก ๕๐ วัน แล้วก็เป็นสัดอยู่นาน ๕ วัน คลอดลูกครอกละ ๑-๗ ตัว ตั้งท้องนาน ๑๐๕-๑๑๐ วัน เสือโคร่งในธรรมชาติ แก่ได้ ๒๐-๒๕ ปี เคยมีผู้ประมาณว่า ในประเทศไทยมีเสือโคร่งหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติไม่เกิน ๕๐๐ ตัว พบในเทือกเขาตะนาวศรี แนวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ เขาใหญ่ แล้วก็ในป่าดิบทางภาคใต้ ในต่างถิ่นเจอได้ตั้งแต่ในไซบีเรียไปจนกระทั่งทะเลสาบแคสเปียน ในประเทศอินเดียและก็ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเกาะเกะสุมาตรา ชวา และเกาะบาหลี เสือโคร่งที่เลี้ยงกันทั่วๆไปในประเทศไทยเป็นเสือโคร่งเบงกอล อันเป็นเสือโคร่งประเภทย่อย ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Panthera tigris tigris (Linnaeus) พบที่ประเทศอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ และพม่า จำพวกย่อยนี้ตัวโตกว่าเสือโคร่งจำพวกย่อยที่เจอในธรรมชาติในไทย
คุณประโยชน์ทางยา
แพทย์แผนไทยรู้จักใช้ส่วนต่างๆของเสือโคร่งเกือบทุกส่วนเป็นเครื่องยา ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเสือโคร่ง เขี้ยว กระดูก หนัง ดีเสื้อ เอ็นเสือ ตาเสือ ไตเสือ และก็เนื้อเสือ แต่ว่าที่ใช้มากมี
๑. น้ำมันเสือ หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า น้ำมันเสือมีรสเผ็ด ใช้ต้มผสมกับสุรา กินแก้อาเจียนคลื่นไส้ แก้ผมหงอกก่อนวัย ใน ตำราเรียนพระโอสถพระนารายณ์ มียาขนานหนึ่ง คือขนานที่ ๖๙ สีปากบี้พระเส้น เข้า “น้ำมันเสือ” เป็นเครื่องยาด้วย
๒. เขี้ยวเสือ โบราณว่ามีรสเย็น มีสรรพคุณดับไข้พิษ ไข้รอยแดง แก้พิษร้อน พิษอักเสบ พิษตานซาง เขี้ยวเสือเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งในพิกัดยาไทยที่เรียก “นวเขี้ยว” หรือ “เนาวเขี้ยว” ได้แก่ เขี้ยวหมูป่า เขี้ยวหมี เขี้ยวเสือ เขี้ยวแรด เขี้ยวสุนัขป่า เขี้ยวปลาพะยูน เขี้ยวจระเข้ เขี้ยวเลียงหน้าผา และงา
๓. กระดูกเสือ ตำราเรียนยาโบราณว่ามีรสเผ็ดคาว เป็นยาบำรุงกระดูก บำรุงไขข้อรวมทั้งเนื้อหนัง แก้ปวดบวมตามข้อ แก้โรคปวดข้อ เป็นยาระงับประสาท แก้โรคลมบ้าหมู แก้ปวดตามข้อ เข่า กระดูก บำรุงกระเพาะอาหาร ยาขนานหนึ่งใน พระหนังสือไกษย ชื่อ “ยาเนาวหอย” เข้า “กระดูกเสือเผา” เป็นเครื่องยาด้วย

กระดูกเสือในยาจีน
กระดูกเสือเป็นเครื่องยาที่ใช้ในยาจีน หายากรวมทั้งราคาแพงแพง มีชื่อเครื่องยาในภาษาละตินว่า Os Tigris จีนเรียก หูกู่ (แมนดาริน) ได้จากกระดูกแห้ง (ทุกชิ้น) ของเสือโคร่ง Panthera tigris (Linnaeus) ตำราเรียนยาจีนว่า กระดูกเสือมีรสเผ็ด ฤทธิ์อุ่น มีคุณประโยชน์ไล่ “ลม” แล้วก็แก้ปวด จึงใช้รักษาโรคลมจับโปง และก็มีคุณประโยชน์เพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกและก็กล้มเนื้อ ใช้แก้อาการเพลียของกระดูกและก็กล้ามอันมีต้นเหตุที่เกิดจากตับและไต “พร่อง” ขนาดที่ใช้คือวันละ ๓-๖ กรัม โดยมักตระเตรียมเป็นยาเม็ดลูกกลอน ยาผง รวมทั้งยาดองสุรา ก่อนนำกระดูกเสือมาใช้เป็นเครื่องยา ต้องละเนื้อออกให้หมด ตากให้แห้ง แล้วเลื่อยออกเป็นชิ้นเล็กๆหรือบางทีอาจเอากระดูกชิ้นเล็กๆมาทอดด้วยน้ำมันจนมากแล้วทำให้เย็นก่อนนำมาใช้ เพราะเหตุว่ากระดูกเสือเป็นเครื่องยาหายากรวมทั้งราคาแพงแพง ก็เลยมีของที่ไม่ใช่ของจริงขายในท้องตลาดมากมาย โดยมากเป็นกระดูกโค
๔. นมเสือ แบบเรียนสรรพคุณยาโบราณว่ามีรสมันร้อน มีสรรพคุณชูกำลังแก้โรคหืด ดับพิษร้อน มียาหยอดตาขนานหนึ่งใน พระตำราปฐมจินดาร์ เข้า “นมเสือ” เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้ ยาหยอดตาสำหรับกัน ขนานนี้ท่านให้เอา นอแรด ๑ น้ำนมเสือ ๑ ผลสมอเทศ ๑ รากตำลึงตัวผู้ ๑ รวมยา ๔ สิ่งนี้เอาเท่าเทียมกัน บดทำแท่ง ฝนด้วยน้ำค้าง หยอดแก้สารพันตานทรางทั้งผองขึ้นตา แล้วจึงแต่งยาชื่อว่าสรรพคุณลิกานั้น สำหรับแก้ตานโจร เหล่านี้ถัดไป

11

ขายกระชายดำสุดยอดสมุนไพรไทย
ขายส่งกระชายดำ ถิ่นกำเนินจะอยู่รอบๆในแถบเอเซียอาคเนย์และ สามารถเจอกระชายดำ ที่มีมากมายนั้นจะในบริเวณประเทศมาเล และก็เกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว อินโดคำพูดน รวมทั้งไทยซึ่งจะมี อยู่ดกแนนมากมายและก็ยังมีการกระจัดกระจายประเภทของ ขายกระชายดำไปทั่วในทวีปเอเชียเขตร้อน ดังเช่นจีนตอนใต้ ประเทศอินเดีย และประเทศพม่า
สำหรับเมืองไทยกระชายดำ ได้เป็นสมุนไพร ที่นิยมใช้กันจำนวนไม่น้อยจึงได้เริ่มปลูกขายกระชายดำ[/url] มากยิ่งขึ้นเลื่อยๆใน จังหวัดต่างๆดังเช่นว่า เลย ตาก กาญจนบุรี และจังหวัดอื่นๆของภาคเหนือ
ขายกระชายดำ นั้นมีประโยชน์รวมทั้งคุณประโยชน์ มากและก็ยังช่วยรักษาโรคต่างๆได้หลายประเภท
สรรพคุณแล้วก็ผลดีทั้งหมดของ{การขายกระชายดำ
สมุนไพรกระชายดำ มักใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ลง คนสมัยเก่ามีความเชื่อว่าเมื่อนำ กระชายดำ ไปปลุกเสกจะมีคุณทางคงกระพันชาตรี
คนสมัยก่อนจะใช้กระชายดำ ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศ แก้กามตายเส้นด้าย(เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ) โดยการใช้ เหง้าหรือส่วนหัวของ กระชายดำ ผสมกับสมุนไพรอื่นๆเอามาดอกเหล้าเพื่อใช้เป็นยาชูกำลัง
รับผลิตกระชายดำกระชายดำสามารถบำรุงธาตุภายในร่างกายได้ดี ช่วยกระตุ้นระบบประสาท บำรุงประสาท ทำให้ร่างกายคล่องแคล่ว
ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ในตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับสะบาย
ช่วยทำนุบำรุงหัวใจ ช่วยจยายเส้นเลือดหัวใจ แก้โรคหัวใจ ช่วยทำนุบำรุงโลหิต (บำรุงเลือด)
ส่วนประกอบสำคัญ
 

ผงกระชายดำ
ขายกระชายดำ ขายส่งกระชายดำ จำหน่ายกระชายดำ
แคปซูลกระชายดำ รับผลิตกระชายดำ
กระชายดำ เป็นยาอายุวัฒนะที่ได้รับความนิยมกว้างขวาง
ผู้ซื้อแล้วก็ในแวดวงแพทย์แผนไทย ได้เป็นประโยชน์ดังต่อไปนี้
บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ขยายเส้นเลือดในหัวใจ แก้ปวดมวลท้อง ขับปัสวะ ลดลักษณะของการปวดเมื่อย เพิ่มฮอร์โมนให้แก่ผู้ชาย
เพิ่มความสามารถทางเพศให้แก่ท่านชายได้อย่างดีเยี่ยม
เหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการต้องการกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง
ขายส่งกระชายดำ มีสรรพคุณ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง
แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว
ในเพศชาย กระชายดำช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศ เพิ่มความสามารถ
ทางเพศ ช่วยทำให้อวัยวะแข็งตัวนานขึ้น รวมทั้งในผู้หญิง
แคปซูลกระชายดำช่วยรักษาอาการมดลูกทุพพลภาพ มดลูกหย่อนยาน
ปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศ ยิ่งไปกว่านี้กระชายดำยังช่วยกระตุ้น
ระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับก้าวหน้าขึ้น แก้โรคบิด ขับเยี่ยว
แล้วก็ช่วยรักษาอาการขัดเบา ช่วยขับพิษภายในร่างกาย รวมทั้งยังช่วย
รักษาโรคเกี่ยวกับช่องท้อง เนื่องมาจากมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรียในไส้ได้
แคปซูลกระชายดำช่วยให้ของลับชายแข็งได้ง่ายรวมทั้งบ่อยครั้งขึ้น มีระยะเวลาสำหรับเพื่อการแข็งที่นาขึ้น และก็สำหรับคนที่มิได้มีปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้นก็สามารถกินเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงขึ้นได้
นอกเหนือจากที่จะแคปซูลกระชายดำบำรุงกำลังของ ผู้ชายแล้ว กระชายดำยังช่วยทำนุบำรุงโหลิตสตรี(บำรุงเลือดผู้หญิง)
ช่วยแก้อาการตกขาวของผู้หญิง
ช่วยขับประจำเดือน ช่วยให้เมนส์ที่มาไม่ปกติ กลับมาธรรมดา
ช่วยแก้โรคมดลูกทุพพลภาพ มดลูกย่อนยานได้ โดยการนำเหง้าหรือหัวของ สมุนไพรกระชายดำ มาตำและก็สผมกับเหล้าขาว แล้วเอามาดื่ม
ช่วยขับพิษภายในร่างกาย
แก้อาการมือเท้าเย็น
แคปซูลกระชายดำช่วยรักษา อาการเหน็บชา
ช่วยรักษาลักษณะของการปวดตามข้อ
ช่วยรักษาโรคเก๊า
สมุนไพรอื่นๆ
เจียวกู่หลานสรรพคุณแพทย์แผนจีนใช้ส่วนเหนือดินหรือใบเป็นยาแก้อักเสบแก้ไอ ขับเสลดแก้หลอดลมอักเสบจำพวกเรื้อรัง หมอแผนไทยใช้ส่วนที่เป็นก้านตากแห้งบดละเอียดเช่นเดียวกันแก้อ่อนล้า แก้แผลอักเสบ ช่วยทำให้ไม่เมื่อยล้าง่าย แคปซูลกระชายดำเจียวกู่หลาน ในเจียวกู่หลานมีสารจีแพนโนไซด์ (Gypenoside) ที่ออกฤทธิ์คล้ายกับจินเซนโนไซด์ เจอได้ในโสม ก็เลยทำให้มีสรรพคุณในตำรายาแผนโบราณเป็นช่วยบำรุงรักษาร่างกาย ชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ รวมทั้งใช้ขับเสมหะ แก้ไอ แก้อักเสบ ทุเลาลักษณะของการปวดกระดูก ส่วนเจียวกู่หลานสำหรับการขายส่งกระชายดำหมอแผนปัจจุบันมีสรรพคุณ ลดไขมันและก็คลอเรสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงในการกำเนิดโรคหัวใจ ปรับความสมดุลของระบบเลือด ลดความดันเลือด ควบคุมน้ำตาลในเลือด คุ้มครองป้องกันโรคเบาหวาน ต้านทานอนุมูลอิสระ คุ้มครองความเสื่อมถอยของเซลล์ต่างๆในร่างกายรับผลิตกระชายดำอีกทั้งยังสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ป้องกันตับ คุ้มครองป้องกันโรคความจำเสื่อม ต้านทานเซลล์ของมะเร็ง ปกป้องการเกิดสภาวะอุดตันของเส้นเลือดในสมองได้ขายส่งกระชายดำ
สรรพคุณชาเชียว

  • ชาเขียว มีส่วนสำหรับเพื่อการรักษาโรคปวดศีรษะไปจนถึงโรคกลัดกลุ้มได้อย่างดีเยี่ยม โดยจีนได้มีการใช้ชาเขียวสำหรับในการรักษาโรคต่างๆมาเป็นเวลามากกว่า 4,000 ปีมาแล้ว
  • มีส่วนช่วยแก้หวัด แก้อาการร้อนใน ช่วยในการขับสารพิษ และก็ช่วยขับเหงื่อภายในร่างกาย
  • ช่วยแก้อาการเมาเหล้า อีกทั้งยังส่งผลให้สร่างเมาได้เป็นอย่างดีรับผลิตกระชายดำ
  • มีส่วนช่วยสำหรับการนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเจริญอาหาร มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียประเภทดีในไส้ จึงมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการล้างพิษและช่วยกำจัดพิษในไส้ได้
  • ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดลิ่มเลือดภายในร่างกาย
  • แคปซูลกระชายดำคุ้มครองปกป้องตับจากพิษต่างๆรวมทั้งโรคประเภทอื่นๆที่สามารถเกิดขึ้นกับตับได้
  • มีฤทธิ์ในการต่อต้านอาการอักเสบ ต้านทานจุลชีวันที่อยู่ในไส้ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้วก็เชื้อไวรัส รวมถึงช่วยต่อต้านเชื้อ Botulinus แล้วก็เชื่อ Staphylococcus
  • มีส่วนช่วยสำหรับการขับฉี่ และช่วยป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและก็ในไต
  • ช่วยสำหรับการห้ามเลือดหรือทำให้เลือดไหลได้ช้าลง
  • มีส่วนช่วยสำหรับในการคุ้มครองโรคข้ออักเสบรูมาติก ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการอักเสบบวมแดง มีผลทำให้ปวดเมื่อตามกล้ามเนื้อแล้วก็ข้อต่อ โดยอาการลักษณะนี้ชอบเกิดกับวัยกลางคนขายส่งกระชายดำ
  • ใช้เป็นยาพอกเพื่อรักษาแผลอักเสบ แผลพุพอง ฝีหนอง ไฟไหม้ รวมทั้งช่วยทุเลาอาการผื่นผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย ใช้เป็นยากันยุง แล้วก็แก้ผิวร้อนแห้งได้เป็นอย่างดี
  • มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการก่อให้เกิดการคลายเครียดอารมณ์ ช่วยระบายความร้อนที่เกิดกับหัวรวมทั้งเบ้าตา จึงทำให้ตาสว่าง ไม่ง่วงหงาวหาวนอน แถมยังทำให้หายใจชื่นบานได้อีกด้วยรับผลิตกระชายดำ
  • ช่วยแก้อาการท้องเสีย ท้องร่วง และก็ท้องบิดได้อย่างดีเยี่ยม
  • มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการแก้อาการอยากดื่มน้ำ ช่วยสำหรับเพื่อการระบายความร้อนให้ออกจากปอด แถมยังช่วยขับเสลดได้อีกด้วย


Tags : ขายกระชายดำ,ขายส่งกระชายดำ,รับผลิตกระชายดำ

12

สมุนไพรพิกัดโกษฐ์
โกรธเป็นพิกัดเครื่องยาหมู่หนึ่งที่ใช้มากในไทย แบบเรียนโบราณเขียนชื่อพิกัดยาพวกนี้ต่างกันออกไปหลายแบบ ในแผ่นจารึกหนังสือเรียนที่วัดราชโอรสสาราม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (แต่ครั้งท่านยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระผู้เป็นเจ้าลูกยาคุณ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์) ขอความกรุณาปรานีเกล้าให้จารึกไว้เป็นวิทยาทาน เมื่อทรงบูรณะวัดนี้ใน พ.ศ. ๒๓๖๔ มอบเป็นพระราชกุศลแก่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ปรากฏชื่อพิกัดเครื่องยาไทยหมู่นี้เป็น โกด ทั้งหมด เช่น (พิมพ์ตาอักษรที่ปรากฏในศิลาจารึก) ถ้าเกิดบุทคลใครกันแน่ไม่สบายเพื่อเสลด ปิตะ วาตะ สมุถานดีแล้ว ทำให้หิวโหยหาแรงไม่ได้ ให้ระหวยไป ให้ใจขุ่นหมองมิได้ชื่น ให้สวิงสวายหากำลังไม่ได้  ถ้าเกิดจะเอายานี้แก้ ยาชื่อมหาสมมิตร เอาโกดอีกทั้งห้า เทียรห้า ตรีผลา จันทังสอง ลูกจัน ดอกจัน มือวาน กานพูล ขิงแห้ง ดีปลี แห้วหมู ไคร้เครือ เกษรบัวหลวง เกษรสารภี เกษรบัวเผื่อน เกษรบัวขม ดอกคำ ดอกผักตบ ดอกพิกุน เกสรบุนนาค ดอกสลิด สักขี ชลูด อบเชย ชะเอม ปัญหา ชะมดเช็ด พิมเสน เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ เอาดีงูงูเหลือม เช่น้ำดอกไม้ประสาย บดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้ก็ได้ น้ำตาลทรายก็ได้ น้ำแรมคืนก็ได้ รับประทานแก้รส่ำรสายแลดับพิษไข้ทั้งหมด ทำให้คลั่งให้เพ้อให้เชื่อมให้มัว แก้ลิ้นกระด้างคางแข็ง แลบำรุงกำลังยิ่งนักฯ
ส่วนศิลาจารึกตำราที่วัดพระเชเหม็นตุพนบริสุทธิ์มังคลาราม(วัดโพธิ์) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้จารึกไว้เพื่อเป็นวิทยาทาน คราวที่ทรงซ่อมแซมซ่อมแซมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๗๕ แล้วก็คณะอาจารย์โรงเรียนหมอแผนโบราณได้สะสมพิมพ์เป็นเล่มเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕  ในแบบเรียนยาฯนี้บันทึกชื่อเครื่องยาในพักนี้เป็น โกฐ ทั้งผอง ได้แก่แผ่นจารึกที่ศาลา ๗ เสา ๖  แผ่น ๔ ดังนี้
ปุนะจะปะรัง ลำดับนี้จะกล่าวด้วยนัยหนึ่งใหม่ เกี่ยวกับลักษณะสันนิบาตอันบังเกิดเพื่อดีรั่วนั้นเป็นคำรบ ๔  เมื่อจะมีขึ้นแก่บุคคลใดก็ดี ก็ทำให้ลงดุจรับประทานยารุ มูลนั้นเหลืองดังน้ำขมิ้นสด ให้เคลิบเคลิ้มไปหาสติไม่ได้ แลให้หิวโหยนัก บริโภคอาหารไม่อยู่ท้อง ให้สวิงสวาย ให้แน่นหน้าอกเป็นอย่างยิ่ง ให้อุทธรลั่นอยู่เป็นนิจไม่ได้ขาด ถ้าเเลลักษณะเป็นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมานี้ ฯ หากจะแก้เอาสมอ ๓ มะขามป้อม ผลจู๋ม จันทน์ทั้งยัง ๒ โกญสอ โกฐเฉมา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐน้ำเต้า กฤษณา กระลำพัก แก่นสน กรักขี แก่นประดู่ รากขี้กา ๒ ใบสันพร้ามอน ใบคนทีสอ รากกระทแขนก รากทิ้งถ่อน รากผักหวาน ว่านน้ำ ไคร้หอม เท่าเทียมกันต้มตามวิธีให้กิน แก้สันนิบาตอันบังเกิดเพื่อปิตตะสมุฏฐานโรค กล่าวคือดีรั่วนั้นหายยอดเยี่ยมนักฯสำหรับ คู่มือหมอแผนไทยแผนโบราณ ซึ่งสะสมโดยขุนโสภิตบรรณรักษ์ (อำพัน กิตติฟุ้งกระจาย) เขียนชื่อพักนี้เป็น โกฏ ทั้งหมด ดังเช่นว่ายาแก้คอแห้งในคัมภีร์เล่ม ๓ ในขณะที่กล่าวถึงเสมหะพิการและยาแก้ ดังนี้ ยาแก้คอแห้งผาก แก้เสลดเหนียว แก้อาเจียน เอาโกฏทั้ง ๕ เทียนอีกทั้ง ๕ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู ว่านน้ำ ประพรมไม่ ดอกบุนนาค เกสรบัวหลวง ลูกราชดัด ขิง พริกไทย บดละลายน้ำท่าแทรกเกลือกิน แก้อาเจียนละลายน้ำลูกยอต้มกิน
                     
ส่วนในหนังสือศาสตร์วัณ์ณทุ่งนา – ตำราหมอแบบเก่า
ซึ่งเรียบเรียงโดยนายสุ่ม วรกิจไพศาล ตามตำราของพระยาประเสริฐศาสตร์ดำรง(หนู) ผู้เป็นบิดา บันทึกชื่อเครื่องยาหมู่นี้เป็น โกฏฐ์ ทั้งหมดทั้งปวง ตัวอย่างเช่น ยาเทพนิมิตรในเล่ม ๔ ดังนี้ หากจะเอายาชื่อเทวดานิมิตต์ขนานนี้ ท่านให้เอาโกฏฐ์สอ ๑ โกฏฐ์เชียง ๑ โกฏฐ์เขมา ๑ โกฏฐ์น้ำเต้า ๑ สมุลแว้ง ๑ อบเชย ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นสน ๑ ประจักษ์พยาน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกลำดวน ๑ กระดังงา ๑ ดอกจำปา ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน จันทน์ทั้งยัง ๒ กฤษณา ๑ กระลำพัก ๑ ขอนดอก ๑ แก่นประพรม ๑ ชะเอมเทศ ๑ หวายตะค้า ๑ ดอกคำฝอย ๑ เลือดแรด ๑ สารส้ม ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน การบูร ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละ ๕ ส่วน แก่นแสมสมุทร ๑๖ ส่วน เบ็ญจกูล ตามพิกัด ทำเป็นผงแล้วเอาแห้วหมูเป็นน้ำกระสาย บดทำแท่งไว้ละลายน้ำเนื้อไม้ต้มแทรกพิมเสนให้กิน แก้โลหิตปกติโทษอันมีขึ้นแต่ว่ากระดูกนั้นหายดีเลิศนักแล
จึงเห็นได้ว่าตำราเรียนยาโบราณของไทยใช้ชื่อเครื่องในหมูนี้เป็น โกด โกฐ โกฏ หรือ โกฏฐ์ ต่างกันไปตามแต่จะเขียน เรื่องยาพิกัดนี้ทุกชนิดเป็นของที่มีกำเนิดในต่างประเทศ รวมทั้งมีพ่อค้าฝรั่งนำเข้ามาขายในประเทศไทยช้านานแล้ว อย่างต่ำก็ก่อนสมัยสมเด็จพระท้องนารายณ์มหาราช (พุทธศักราช ๒๑๗๕ – ๒๒๓๑) เพราะในหนังสือเรียนหมอแผนไทยซึ่ง หนังสือเรียนพระโอสถพระนารายณ์ได้อ้างถึง ๒ เล่ม เป็นตำราโรคนิทาน และตำรามหาโชตรัต มียาที่เข้าเข้าพิกัดนี้ล้นหลามหลายขนาน และใหหลายขนานในตำราเรียนพระยาพระนารายณ์เอง แต่ชื่อเครื่องยาหมู่นี้ควรเขียนเป็นอย่างไร มีที่มาและก็ความหมายยังไง นอกเหนือจากนี้เครื่องยาหมู่นี้บางจำพวกคืออะไร มีแหล่งที่มาเช่นไรอย่างเป็นข้อแย้งที่ยังหาผลสรุปมิได้
ที่มาของคำ โกษฐ์
โกษฐ์ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ . ๒๕๔๒ เลือกเก็บคำ โกฐ ไว้โดยนิยามดังนี้ โกฐ (โกด) น. ชื่อยาสมุนไพรจำพวกหนึ่ง ได้จากส่วนต่างๆของพืช มีหลายประเภท ตำราเรียนยาแผนโบราณเขียนเป็น โกฎ โกฏ โกฏฐ์ โกด หรือ โกษฐ์ ก็มี (ป.โกฏฐ) คำ โกฐ ที่ราชบัณฑิตยสถาน (โดยผู้ทรงคุณวุฒิทางบาลี-สันสกฤต) เลือกเก็บไว้นั้น มีในภาษาสันสกฤตจริง แต่ว่าเป็นชื่อที่ใช้เรียกสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งหมอแผนไทยเรียกโกฐกระดูก (kut หรือ kuth ) จึงน่าจะเป็นต้นเหตุของการเลือกเก็บคำ โกฐ ของราชบัณฑิตยสถาน อย่างไรก็แล้วแต่ คำ โกฐ นี้แสดงว่าโรคเรื้อน ส่วนคำ โกฏฐ ในภาษาบาลีหมายความว่า ลำไส้ พุง คำทั้งยัง ๒ คำนี้ ไม่น่าจะเป็นชื่อพิกัดเครื่องยาสมุนไพร นอกจากนี้ คำที่อ่านออกเสียงว่า โกด เขียนได้อีกหลายแบบ แม้กระนั้นก็ให้ความหมายที่แตกต่างกัน อย่างเช่น
โกส มีความหมายว่า ผอบ; มีความหมายว่าผอมบางมาตราวัดความยาวเท่ากับ ๕๐๐ ชั่ว
โกฏิ แปลว่า ๑๐ ล้าน
โกษ มีความหมายว่า อัณฑะ
โกศแปลว่า ที่ใส่ศพนั่ง , ที่ใส่กระดูกผี ฝัก , กระพุ้ง, คลัง คำที่ออกเสียง โกด ที่ใช้เรียกชื่อรวมทั้งพิกัดเครื่องยาสมุนไพรควรเขียนอย่างไรนั้น อาจสืบสาวราวเรื่องหาสาเหตุของคำนี้ แล้วเขียนให้ถูก ให้ตรงหรือใกล้เคียงกับคำในภาษาเดิมให้มากที่สุด เพื่อคงความหมายเดิมให้เยอะที่สุด น่าสังเกตว่า เรื่องยาสมุนไพรพิกัดมีทั้งหมดเป็นเครื่องยาเทศหรือเครื่องยาจีน เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันว่าเป็นของดีและใช้กันมาในประเทศถิ่นเกิดรวมทั้งประเทศใกล้เคียง รวมทั้งคำที่ออกเสียงเช่นนี้ในภาษาไทยไม่มีคำไหนที่สื่อความหมายเกี่ยวกับยาหรือการบำบัดรักษาเลย คำนี้จึงน่าจะเป็นคำในภาษาอื่น บางทีอาจเป็นภาษาจีนหรือภาษาแขก เพราะว่าอายุรเวทซึ่งปรับปรุงขึ้นในชมพูทวีปแล้วก็การแพทย์แผนจีนมีผลอย่างสูงต่อการพัฒนาการแพทย์ทางการแพทย์รวมทั้งการปรุงยาแผนแพทย์แผนไทยมาแต่โบราณ แต่คำที่ออกเสียงตัวสะกดแม่กดนั้นไม่มีใช้ในภาษาจีน ด้วยเหตุดังกล่าว คำที่ออกเสียง โกด ก็เลยน่าจะมีที่มาจากภาษาพื้นบ้านใดในอินเดียหรือเปอร์เซียในหนังสืออายุรเวทของประเทศอินเดีย มีคำ kuth หรือ kuth root เป็นชื่อเครื่องยาประเภทหนึ่งในภาษาพื้นเมืองของประเทศกัษไม่ระ รวมทั้งตำราเรียนฯว่ามีรากศัพท์มาจากคำ kusta ในภาษาอิหร่านหรือเปอร์เซีย ส่วนภาษาสันสกฤตเป็น kushta ภาษาฮินดีและเบงกาลีเป็น kut ภาษาทมิฬเป็น kostum หรือ goshtam หนังสือเรียนยาไทยเรียกเครื่องยาจำพวกนี้ว่า โกษฐ์กระดูก (costus) จึงได้ข้อสรุปในชั้นต้นว่าคำ โกษฐ์ นี้คงจะมาจากภาษาเปอร์เซีย แล้วก็คำนี้มีความหมายอย่างไร
ความหมายของคำ โกษฐ์
เมื่อคำ โกษฐ์ เป็นคำในภาษาเปอร์เซีย จึงต้องค้นหาความหมายของคำในภาษาอิหร่าน โดยยิ่งไปกว่านั้นคำในภาษาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วที่ใช้กับยาบำบัดโรคในคัมภีร์อูนานิ (Unani) แพทย์โอนาไม่ภายหลังที่ได้พากเพียรค้นหาความหมายของคำนี้มาเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี เมื่อเร็วๆนี้เองก็เลยได้เจอคำนี้ในหนังสือเก่าชื่อ แบบเรียนยาแห่งการแพทย์ตะวันออกของแฮมดาร์ด (Hamdard Pharmacopoeia of Eastern Medicine) เรียบเรียงคำแนะนำของที่ประชุมที่ปรึกษาทางเภสัชศาสตร์ที่หมูแฮมดาร์ด (The Pharmaceutical Advisory Council of Hamdard) มีนาย ฮะกิม อับดุล ฮาเมด (Hakim Abdul Hamed) เป็นประธาน และนายฮากิม โมฮัมเมด ซาเหนื่อย (Hakim Mohammed Said) เป็นบรรณาธิการ (หนังสือมิได้กำหนดปีที่พิมพ์และก็สถานที่พิมพ์) ในแบบเรียนดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ๒๒๒ มียาหมวดหนึ่งเรียก kushta เขียนไว้ดังต่อไปนี้
kushta is the past participle of kushtan (Persian for to kill) kushta therefore means killed or conquered In the Tibbi terminology kushta is employed for a medicine that used in small quantities and one that is immediately effective A kushta is a blend of metallic oxides , non-metals and their compounds, or minerals The ingredients are oxidized through the action of heat-a process that is rather specialized.The preparation of kushta results in the efficacy of a medicine and, after effecting its entry into the body the kushta discharges its curative role promptly and effectively.
ก็เลยสรุปได้ว่า คำนี้เป็นคำในภาษาเปอร์เซีย หมายความว่า ฆ่า ปราบ กำจัด ทําให้หายไป เทียบเสียงเป็น kushta แล้วก็ควรเปรียบเทียบเป็นภาษาไทยว่า โกษฐ์ จึงจะตรงกับคำในภาษาเดิมสูงที่สุด รวมทั้งบอกคำจำกัดความที่ไม่บางทีอาจเป็นอันอื่นได้ คำ โกษฐ์ นี้อาจจะเข้ามาสู่อาณาจักรประเทศไทยพร้อมๆกับวัฒนธรรมอื่นๆของอิหร่าน และก็การแพทย์โบราณแห่งประเทศสยามน่าจะยืมคำนี้มาใช้เรียกเครื่องยาหลากหลายประเภท ซึ่งแม้ว่าจะใช้เพลงปริมาณน้อย แม้กระนั้นก็ทรงอำนาจสำหรับในการบรรเทาโรคในตอนระยะเวลาสั้นๆ
โกษฐ์ที่ใช้ในยาไทย
แพทย์แผนไทยรู้จักในเครื่องยาจีนแล้วก็เครื่องยาเทศหลายอย่างในยาไทย การแสดงให้มองเห็นภูมิปัญญาอันฉลาดปราดเปรื่องปราดเปรื่องของบรรพบุรุษไทยที่รู้จักใช้ของดีๆของต่างชาติในยาไทย เครื่องยากลุ่มนี้หลายแบบเรียก โกษฐ์ โดยจัดเป็นพิกัดตัวยาเป็น โกษฐ์อีกทั้ง ๕ โกษฐ์ ทั้งยัง ๗ โกษฐ์ ทั้ง ๙ รวมทั้งโกษฐ์พิเศษ นอกจากยังมีกดอีกหลายแบบที่ไม่ได้จะเข้าเอาไว้ภายในพิกัดตัวยาเรียกโกษฐ์นอกพิกัด
ตารางที่๒ เครื่องยาในพิกัดโกษฐ์
เครื่องยา                ชื่อพฤษศาสตร์ของมูลเหตุ สกุล             ส่วนของพืช
โกษฐ์เชียง              Angelica sinensis (Oliv.) Diels      Umbelliferae     รากแห้ง
โกษฐ์สอ Angelica dahurica (Fisch. Ex Hoffm.)
Benth. Hook.f. ex France&Sav.  Umbelliferae     รากแห้ง
โกษฐ์หัวบัว            Ligusticum sinense Oliv. cv. Chuanxiong                Umbelliferae     เหง้าแห้ง
โกษฐ์เขมา    Atractylodes lancea (Thunb.) DC.              Compositae        เหง้าแห้ง
โกษฐ์จุฬาลัมพา    Artemisia annua L.           Compositae        ใบแล้วก็เรือนยอดที่-มีดอก
โกษฐ์ก้านพร้าว     Picrorhiza kurrooa Royle ex Benh.            Scrophulariaceae             เหง้าแห้ง
โกษฐ์กระดูก          Saussurea lappa Clarke  Compositae        เหง้าแห้ง
โกษฐ์พุงปลา         Terminalia chebula Retz.               Combretaceae  ปุ่มหูดที่กิ่งอ่อนและก็ใบ
โกษฐ์ชฎามังษี       Nardistachys grandiflora DC.       Valerianaceae   รากรวมทั้งเหง้าแห้ง
โกษฐ์กะกลิ้ง        Strychnos nux-vomica L.               Loganiaceae       เมล็ดแก่จัดเหง้าแห้ง
โกษฐ์กรักกรา        Pistacia chinensis Bunge spp. Integerrima (Stew. Ex Brandis) Rech.f.        Anacardiaceae  ปุ่มหูดที่กิ่งอ่อน
โกษฐ์น้ำเต้า           Rheum officinale Baill. หรือ R.palmatum L. หรือ R. tanguticum (Maxim.) Maxim. Ex Regel  Polyganaceae    รากรวมทั้งเหง้าแห้ง
โกฐทั้ง  ๕ (เบญจโกษฐ์)  เป็นพิกัดเครื่องยาไทยได้แก่ โกษฐ์เชียง โกษฐ์สอ โกษฐ์หัวบัว โกษฐ์เขมา รวมทั้งโกษฐ์จุฬาลัมพา แบบเรียนสรรพคุณยาโบราณว่ายาพักนี้มีคุณประโยชน์โดยรวมแก้ไข้ แก้ไข้เพื่อเสลด แก้หืดไอ แก้โรคปอด แก้โรคในปาก ชูกำลัง บำรุงโลหิต และแก้ลมในกองธาตุ โกษฐ์ ๕ นี้เป็นเครื่องยาจีนที่มีขายในประเทศไทยมาแม้กระนั้นโบราณ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเครื่องยาที่ใช้มากทั้งในอดีตรวมทั้งยาไทย
โกษฐ์ ทั้ง  ๗ (สัตตโกษฐ์)  เป็นพิกัดตัวยา ประกอบด้วยเรื่องยา ๗ ชนิด คือโกษฐ์อีกทั้ง (โกษฐ์เชียง โกษฐ์สอ โกษฐ์หัวบัว โกษฐ์เขมา และก็โกษฐ์จุฬาลัมพา ) โกษฐ์ก้านพร้าว รวมทั้ง โกษฐ์กระดูกอีก ๒ จำพวก ตำราโมสรรพคุณยาโบราณว่ายาหมู่นี้มีสรรพคุณโดยรวมแก้ไข้ แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้โรคหืดไอ แก้โรคปอด แก้โรคในปาก ชูกำลัง บำรุงเลือด แก้ลมในกองธาตุ แก้ไข้เรื้อรัง แก้หอบสะอึก และบำรุงกระดูก
โกษฐ์ทั้งยัง  ๙ (เนาวโกษฐ์)
เป็นพิกัดตัวยา ประกอบด้วยโกษฐ์อีกทั้ง๗ (โกษฐ์เชียง โกษฐ์สอ โกษฐ์หัวบัว โกษฐ์เฉมา แล้วก็โกษฐ์จุฬาลัมพา โกษฐ์ก้านพร้าว โกษฐ์กระดูก) กับ โกษฐ์ชฎามังษีรวมทั้งโกษฐ์พุง
โกษฐ์พิเศษ
มีเครื่องยา ๓ จำพวก เช่น โกษฐ์กะกลิ้ง โกษฐ์กักกรา และก็โกษฐ์น้ำเต้า พิกัดโกษฐ์นี้มีคุณประโยชน์โดยรวมแก้โรคในปากในคอ ขับพยาธิ แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้ในกองอติสาร แก้ริดสีดวงทวาร ขับลมในลำไส้ แก้หนองใน ขับเมนส์ร้าย เพื่อช่วยให้นักศึกษาวิชาการปรุงยาแผนไทยจำชื่อโกษฐ์ทั้งหมดได้ มหากัน สิกขรชาติ ได้เขียนกลอนช่วยกันจำเกี่ยวกับโกษฐ์จำพวกต่างๆในพิกัดยาไทยเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้
เชียงสอขอหัวบัว เฉมาเลวลักจุฬา
ก้านพร้าวเผากระดูก พุงปลาปลูกไว้ในชฎา
กะกลิ้งและก็กรักกรา โกษฐ์น้ําเต้าตามเหตุเดิม
โกษฐ์เชียง
โกษฐ์เชียงเป็นรากแห้งของพืชอันมีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Angelica sinensis (Oliv.) Diels วงศ์ Umbelliferae คำว่า เชียง แปลได้หลายสิ่งหลายอย่าง ดังเช่น มีความหมายว่าผู้ที่มาจากเมือง หรือเมือง (ที่อยู่ริมน้ำ) ก็ได้ แต่ในที่นี้มีความหมายว่า (มาจาก) ที่สูง มีชื่อพ้อง Angelica polymorpha Maxim. var. sinensis Oliv.จีนเรียกเครื่องยานี้ว่า ตังกุย มีชื่อสามัญว่า Chinese angelica พืชที่ให้โกษฐ์เชียงเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง ๔๐-๑๐๐ เซนติเมตร ร่างอ้วนหนา ทรงกระบอก แยกเป็นรากกิ่งก้านสาขาหลายราก มีกลิ่นหอมแรงเฉพาะ ลำต้นตั้งตรง สีเขียวอมม่วง ใบหยักลึกแบบขนนกสามชั้น รูปไข่ (ตามแนวเส้นรอบนอก) ขนาดกว้าง ๒๕ ซม. ยาว ๓๐ ซม. แฉกใบมีก้านเห็นได้ชัดเจน
รูปไข่ถึงรูปใบหอก แกมรูปไข่ กว้าง ๐.๘-๒.๕ ซม. ยาว ๒-๒.๓ ซม. ขอบหยักฟันเลื่อยแบบไม่สม่ำเสมอ มักแยกเป็นแฉกย่อย ๒-๓ แฉก แผ่นใบเรียบ (เว้นเสียแต่รอบๆเส้นใบ) ก้านใบยาว ๕-๒๐ เซนติเมตร โคนแผ่นเป็นกาบแคบๆสีอมม่วง ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม ออกตามปลายกิ่งหรือออกข้างๆตามซอกใบ ก้านช่อยาว ๘-๑๐ เซนติเมตร ใบเสริมแต่งมี ๐-๒ ใบ รูปแถบ มีช่อซี่ร่มย่อยขนาดแตกต่างกัน ๑๐-๓๐ ช่อ ใบประดับย่อยมี ๒-๔ ใบ รูปแถบ ยาวได้ถึง ๕ มม. ช่อซี่ร่มมีดอกย่อยสีขาว (บางคราวสีแดงอมม่วง) ๑๓-๓๕ ดอก กลีบเลี้ยงฝ่อ รูปไข่กลับ ปลายเว้าตื้น ฐานก้านเกสรเพศเมียกลมแบน ขอบรอยแผลปีกยื่นออก ผลได้ผลแบบผักชี ข้างล่างแบนข้าง รูปขอบขนานปนรูปรีถึงรูปไข่กลับ กว้าง ๓-๔ มิลลิเมคร ยาว ๔-๖ มิลลิเมตร สันข้างล่างดกแคบ ด้านข้างมีปีกบาง กว้างราวความกว้างของผล มีท่อน้ำมัน ๑ ท่อต่อ ๑ ร่อง แต่ว่ามี ๒ ท่อตรงแนวเชื่อม พืชชนิดนี้มีเขตการกระจายประเภทในป่าดงดิบ ตามเทือกเขาสูงทางภาคกึ่งกลางของประเทศจีน คือรอบๆมณฑลกานซู หูเปย์ ซานซี ซื่อชักชวน (เสฉวน) รวมทั้งหยุยงนดกน (ยูนนาน) พบขึ้นในที่สูงจากระดับน้ำทะเล ๒๕๐๐-๓๐๐๐ เมตร ออกดอกในมิ.ย.ถึงเดือนกรกฎาคม เป็นผลในก.ค.ถึงกันคุณยายน พืชจำพวกนี้ถูกพัฒนาสายพันธุ์เป็นพืชพืชปลูกลงในจีนมานานนับพันปีแล้ว ปัจจุบันปลูกเป็นพืชอาสินในประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี แล้วก็เวียดนาม
โกษฐ์เชียงเป็นรากแห้ง ต้นแบบทรงกระบอก ปลายแยกเป็นกิ้งก้าน ๓-๕ กิ่งก้านสาขา หรือมากกว่า ยาว ๑๕-๒๕ ซม. เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาล มีรอยย่นตามแนวยาว รอยช่องอากาศตามแนวขวาง ผิวไม่เรียบ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕-๔ ซม. มีแอนนูลัส ปลายมนและกลม มีร่องรอยส่วนโคนต้นและก็จากใบสีม่วงหรือสีเขียวอมเหลือง รากกิ่งก้านสาขา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสูงสุด ๐.๓-๑ ซม. ตอนบนหนาตอนล่างเรียวเล็ก ส่วนใหญ่บิด มีแผลที่เกิดขึ้นมาจากรากฝอย เนื้อเหนียว รอยหักสีขาวหรือสีน้ำตาลอมเหลือง เปลือกรากครึ้ม มีร่องแลกเปลี่ยนจุดจำนวนหลายชิ้น ส่วนเนื้อรากสีจางกว่า มีวงแคมเบียมสีน้ำตาลอมเหลือง มีกลิ่นหอมหวนแรง รสหวาน ฉุน รวมทั้งขมบางส่วน
คนจีนนิยมใช้ โกษฐ์เชียง เป็นเครื่องยาในยาขนาดต่างๆเป็นจำนวนมาก ด้อยกว่าก็แต่ว่าชะเอม (licorice) แค่นั้น จีนใช้ขวดเชียงแตกต่างกันเป็น รากหลักที่จีนเรียก (ตัง) กุยเท้า (สำเนียงแต้จิ๋ว) ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ส่วนรากกิ้งก้านน้ำจีนเรียก (ตัง) กุยบ๊วย (สำเนียงแต้จิ๋ว) ใช้เป็นยาขับระดู แพทย์แผนจีนใช้เครื่องยาชนิดนี้ในยาเกี่ยวกับโรคเฉพาะสตรี เช่น ยาขับรอบเดือน ยาโรคตีขึ้น แก้ไข้บนกระดานไฟ เกี่ยวกับอาการเลือดออกทุกชนิด แก้หวัด แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ท้องเฟ้อ ตกมูกเลือด ขนาดที่ใช้เป็น ๓-๙ กรัม สตรีจีนนิยมใช้โกษฐ์เชียงเป็นยากระตุ้น อวัยวะเพศ เพื่อปฏิบัติผัวก้าวหน้าแล้วก็เมื่อมีให้มีลูกดก โกษฐ์เชียงที่ขายตามร้านขายยาเครื่องยาสมุนไพรมักเป็น(ตัง) กุยบ๊วย ตำราบริบูรณ์ยาโบราณว่าโกษฐ์เชียงมีกลิ่นหอมยวนใจ รสหวานขม แก้ไข้ แก้สะอึก แก้ทิ่มแทงสองราวข้าง โกษฐ์นี้เป็นโกษฐ์ในพิกัดโกษฐ์ ๕ โกษฐ์ทั้งยัง ๗ และก็โกษฐ์อีกทั้ง ๙ โกษฐ์เชียงน้ำมันระเหยง่ายอยู่ราวปริมาณร้อยละ ๐.๑-๐.๓ ในน้ำมันระเหยง่ายมีสารเชฟโรล (safrole) สารไอโซเซฟโรล (isosafrole) สารคาร์วาครอคอยล (carvacrol) ฯลฯ เว้นเสียแต่น้ำมันระเหยง่ายแล้วยังมีสารอื่นๆอีกหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น สาร ไลกัสติไลค์ (ligustilide) กรดเฟรูลิก (ferulic acid) กรด เอ็น-วาเลอโรฟีโนน-โอ-คาร์บอกซิลิก(n-valerophenone-O-carboxylic acid)
โกษฐ์สอ
เป็นรากแห้งของพืชอันมีชื่อวิชาพฤกษศาสตร์ว่า Angelica dahurica (Fisch ex Hoffm.) Benth & Hook.f. ex Franch , Sav. ในตระกูล Umbelliferaeมีชื่อพ้องหลายชื่อ อย่างเช่น Callisace dahurica Franch & Sav., Angelica macrocarpa H.Wolff, Angelica porphyrocaulis Nakai &Kitag.,Angelica tschiliensis H.Wolff คำ สอ เป็นภาษาเขมรแปลว่าขาว หนังสือเรียนโบราณลางเล่มเรียกเครื่องยานี้ว่า โกษฐ์สอจีน จีนเรียก พ่อยจื่อ (สำเนียงแมนดาริน) เปะจี้ (สำเนียงแต้จิ๋ว) มีชื่อสามัญว่า Dahurain angelica พืชที่ให้โกษฐ์สอเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง ๑.-๒.๕๐ เมตร รากเจ้าเนื้อใหญ่ เนื้อแข็ง รูปกรวยยาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓-๕ ซม. บางทีอาจยาวได้ถึง ๓๐ เซนติเมตร หรือมากยิ่งกว่า บางทีอาจแยกแขนงตรงปลาย มีกลิ่นหอมแรงเฉพาะ ลำต้นตั้งตรง อ้วนสั้น โคนต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒-๕ เซนติเมตร (หรือมากยิ่งกว่า) มีสีม่วงแต้มนิดหน่อย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก หรือหยักลึกแบบขนนก ๓ ชั้น แผ่นใบรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม (ตามแนวเส้นรอบนอก) กว้างถึง ๔๐ เซนติเมตร ยาวถึง ๕๐ เซนติเมตร แฉกใบไม่มีก้าน รูปรีแคบถึงรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กว้าง ๑-๔ เซนติเมตร ยาว ๔-๑๐ ซม. ปลายแหลม โคนเป็นครีบเล็กน้อย ขอบหยักฟันเลื่อยห่างๆก้านใบยาว โคนแผ่เป็นปีก ใบด้านบนรถรูปเหลือเพียงแค่กาบที่เกือบจะไม่มีแผ่นใบ ดอกเป็นดอกช่อซี่ร่มย่อยขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐-๓๐ ซม. สีขาว ใบประดับมี ๐-๒ ใบ คล้ายกาบ ป่องออกห่อช่อดอกเมื่อยังอ่อนอยู่ มีซี่ร่มย่อย ๑๘-๔๐ (หรือครั้งคราวถึง ๗๐) มีขนสั้นๆใบเสริมแต่งย่อยมี ๑๔- ๑๖ ใบ รูปใบหอกปนรูปแถบ ยาวเกือบเท่าดอกย่อย กลีบเลี้ยงฝ่อ

13

ขายถั่งเช่าสรรพคุณสุดยอดราชาแห่งสมุนไพรจีน
ขายถั่งเช่า ยังสามารถมีสรรพคุณมากอีกด้วย ถั่งเช่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และก็ลดคอเลสเตอรอล
ช่วยลักษณะการทำงานของตับในเรื่องของดีท็อกซ์ ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นขายส่งเช่ารูปแบบการทำงานของไตให้ดีขึ้น
สร้างโปรตีนจำพวกสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มกระตุ้น สมรรถนะทางเพศทั้งหญิงแล้วก็ชาย ซึ่งได้รับฉายานามอีกอย่างหนึ่งว่า ไวอกร้าที่เทือกเขาหิมาลัย
ต่อต้านอาการเมื่อยล้า แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพหลักการทำงานของร่างกาย
กระตุ้นหลักการทำงานของเม็ดเลือดขาว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
กระแสขายถั่งเช่ายังมีความนิยมชมชอบบำรุงสุขภาพด้วยการกินสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงร่างกายมีเยอะขึ้น ซึ่ง ‘ถั่งเช่า’ เองนั้นเป็นอีกหนึ่งจำพวกอาหารเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นจนตราบเท่าคนวัยชราหรือคนที่อยากปรับสมดุลในช่วง
โดยคุณหมอเสนอแนะเรื่องการเลือกซื้อ ‘ถั่งเช่า’ ว่า “แคปซูลถั่งเช่า ปัจจุบันนี้ในตลาดจะมีทั้งแบบธรรมชาติหรือการเพาะเลี้ยงเองเป็นทางเลือก มีสายพันธุ์มากยิ่งกว่า 600 สายพันธุ์ ซึ่งจากการทดสอบนั้น ‘ถั่งเช่า’ สายพันธุ์ Cordyceps Sinesis จะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดรวมทั้งส่งผลขายส่งถั่งเช่าศึกษาค้นคว้ายืนยันแน่นอน การเลือกรับประทานสมุนไพร ‘ถั่งเช่า’ เป็นอาหารเสริมนั้น จำเป็นที่จะต้องเลือกจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ผ่านกรรมวิธีการที่ถูก”
เป็นยังไงบ้างกับความเป็นจริงที่สามารถทำให้พวกเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นได้ รีบยืนขึ้น!! แล้วหาสิ่งดีดีให้กับตนเองดีมากกว่าค่ะ
ขายถั่งเช่าคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากถั่งเช่า ช่วยเสริมความสามารถทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง เนื่องมาจากการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงของลับมากยิ่งขึ้นรับผลิตถั่งเช่า ซึ่งจากงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยในต่างประเทศพบว่าการกินแคปซูลถั่งเช่าคุณประโยชน์ช่วยบำรุงหลอดเลือด
ช่วยทำนุบำรุงปอด ช่วยบรรเทาลักษณะการเจ็บทรวงอก
ขายถั่งเช่าช่วยในเรื่องระบบทางเท้าหายใจ แก้อาการไอเรื้อรัง รักษาถุงลมโป่งพอง ช่วยบำบัดรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
ช่วยทุเลาและรักษาลักษณะของโรคอาการหอบหืด
ช่วยแก้วัณโรค ถุงลมโป่งพองหรืออาการไม่ดีเหมือนปกติในระบบปอดรวมทั้งหัวใจ
เซลล์ของมะเร็ง}แล้วก็ลดการแพร่ระบาดของเซลล์ของโรคมะเร็งได้
ช่วยลดความดันโลหิต อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
ขายถั่งเช่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ร่างกายของคนเจ็บเบาหวานไวต่ออินซูลินมากเพิ่มขึ้น ช่วยจัดการน้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และก็รักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด
ช่วยต้านทานไม่ให้กำเนิดไขมันแข็งจากการเช็ดกออกซิไดซ์โดยอนุมูลอิสระ
ช่วยปกป้องไขมันเลว (LDL) ไม่ให้เกาะในเส้นเลือด
ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้คล่องแคล่ว ช่วยขยายหลอดเลือด แล้วก็เพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดแล้วก็หัวใจ เพิ่มระดับออกซิเจนและก็ช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการขาดออกสิเจน
ขายถั่งเช่าช่วยบำรุงแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพของตับรวมทั้งไตให้ดียิ่งขึ้นจากการค้นคว้าวิจัยพบขายว่าถั่งเช่าช่วยให้ผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้องรัง มีลักษณะอาการสูงถึง 51% ภายหลังจากรักษาด้วยการใช้ถั่งเช่าเพียง 1 เดือน
คุณประโยชน์ของถั่งเช่า ช่วยรักษาผู้เจ็บป่วยที่ธาตุหยางพร่องในไต (หรืออาการปวดข้างหลัง กลัวหนาว หัวเข่าเย็น หรือฉี่หลายครั้ง
มีฤทธิ์สำหรับการช่วยยับยั้งพิษจากแบคทีเรียรวมไปถึงแบคทีเรียวัณโรคด้วย
ถั่งเช่า คุณประโยชน์ช่วยลดการอักเสบ
สรรพคุณ ถั่งเช่าช่วยห้ามเลือด
สำหรับนักกีฬาสมุนไพรประเภทนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักวิ่งให้ดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ถั่งเช่าสำหรับสตรีใช้เป็นยาบำรุงช่วยให้มีบุตรขายส่งถั่งเช่าง่ายดายมากยิ่งขึ้น ช่วยทำให้ปรับระดูทำให้เลือดลมเดินดีขึ้นรับผลิตถั่งเช่า
สมุนไพรอื่นๆ
ขายถั่งเช่า[/url] ขายส่งถั่งเช่า รับผลิตถั่งเช่า แคปซูลถั่งเช่า[/size][/b]
คุณประโยชน์กวาวเครือขาว
หัวกวาวเครือขาว รสเย็นเบื่อเมา บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพ ชูกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับคนแก่ แก้เมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนแรง ผอมโซ นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านพขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือนอาจจะก่อให้แท้งลูกได้ บำรุงความกำหนัด ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์แล้วก็มดลูกมีเลือดมาคั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้ก้าวหน้า แก้โรคจาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง เคลื่อนกระชุ่มกระชวย บำรุงเลือด กินได้นอน ผิวหนัง
คุณประโยชน์กวาวเครือแดง
หัวกวาวเครือแดง  รสเย็นเบื่อเมา  บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง  บำรุงสุขภาพ  เพิ่มจำนวนน้ำอสุจิ เป็นยาอายุวัฒนะแก้เมื่อยตามร่างกายรากกวาวเครือแดง  แก้ลมอัมพาต  บำรุงโลหิต  ผสมกับรากสมุนไพรอื่นอีก 8 จำพวกเรียกว่า  พิกัดนวโลหะ  แก้โรคลมที่เป็นพิษ  แก้ริดสีดวง  ทำลายพยาธิ  ดับพิษ  ทำลายพิษไข้  สมานลำไส้เปลือกเถากวาวเครือแดง   รสเย็นเบื่อเมา  แก้พิษงูฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์  การเรียนรู้ในอาสาสมัครเพศชาย 17 คน อายุระหว่าง 30 – 70 ปี ที่มีลักษณะหย่อนสมรรถภาพทางเพศขั้นต่ำ 6 เดือน  ให้กินกวาวเครือแดงขนาด 250 มิลลิกรัม/แคปซูล วันละ 4 แคปซูล เป็นเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่าระดับฮอร์โมน testosterone ไม่ต่างจากกลุ่มควบคุม  แม้กระนั้นผลจาการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดสมรรถนะทางเพศ  จากอาสาสมัครพบว่าทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น  82.4 % ด้วยเหตุนั้น กวาวเครือแดงจึงช่วยฟื้นฟูคนไข้โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ และไม่พบการเกิดพิษ
คุณประโยชน์ว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูก ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เหง้า ฝนทาแผล แก้พิษหมากัด ตำราไทย เหง้า รักษาเลือดออกมาจากมดลูกหลังคลอด รักษามดลูกอักเสบ แก้ตับอักเสบ แก้เจ็บท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการประจำเดือนมาผิดปกติ , ปวดท้องระหว่างมีเมนส์ ตกขาว ขับน้ำคาวปลา แก้ธาตุพิการของกินไม่ย่อย แก้ริดสีดวงทวาร หัวตำดองดัวยสุรา กินทีละไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับคนคลอดบุตรใหม่ๆแก้เจ็บปวดมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่หรือเข้าที่ ไม่อักเสบ นิยมนำหัวของว่านชักมดลูกที่เป็นหัวกลมสั้นมาฝานต้มน้ำสำหรับอาบ และดื่ม เพื่อให้สภาพร่างกาย แล้วก็มดลูกฟื้นได้เร็วขึ้น ส่วนหญิงบางบุคคลในยุคใหม่ไม่ค่อยพบการอยู่ไฟแล้ว แม้กระนั้นก็ยังนิยมใช้ว่านชักมดลูก/ว่านทรหดมาต้มน้ำอาบ แล้วก็ดื่มบ่อยๆตลอดเวลา 3 เดือน หรือมากยิ่งกว่า ว่านชักมดลูกยังช่วยกระตุ้นการย่อยของอาหาร แก้ริดสีดวง แก้ไส้เลื่อน รักษาแผลในกระเพาะ คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งประเภทต่างๆลดอาการปวดบวมของแผล แล้วก็ต้านการอักเสบของแผล ถ้าเกิดเป็นแผลข้างในจะใช้การต้มน้ำกิน ถ้าหากเป็นแผลข้างนอกบางทีอาจใช้ทั้งยังการต้มน้ำ ใช้บดทาแผล หรือน้ำสุกล้างทาแผล ช่วยกระตุ้นกรรมวิธีการสร้างเซลล์ใหม่ แล้วก็การบูรณะเซลล์ที่ผุพังหรือเซลล์รอยแผล ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวแลดูแจ่มใส ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยสำหรับในการควบคุมน้ำหนัก กระตุ้นการหลั่งน้ำถุง และก็ช่วยกระตุ้นกระบวนมือย่อยอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
สรรพคุณตรีผลา
ตรีผลา หนังสือเรียนยาไทย  ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อขับเสมหะ และก็ไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก้ แก้เสลดจุกคอ ทำให้เปียกแฉะคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องเดินท้องร่วง รักษาโรคท้องมาน เม็ดในแก้บิดแก้บิดมูกเลือด ประเทศพม่า ใช้ผลแห้งรักษาอาการไอ รวมทั้งโรคตา ในอินโดจีน ใช้เป็นยาฝาดสมาน รวมทั้งยาบำรุง ผลสดเป็นยาถ่ายแบบเรียนยาไทย ผลระบายอ่อนๆแก้ลมป่วง แก้พิษร้อนใน คุมธาตุ แก้ลมจุกเสียด รู้ผายธาตุ รู้ระบายรู้ถ่ายอุจจาระ ถ่ายพิษไข้ คุมธาตุในตัวเสร็จ แก้ไข้เพื่อเสมหะ ผลอ่อน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ขี้ ทราบถ่ายทราบปิดเอง แก้ลมจุดเสียด อาเจียน แก้สะอึก แก้หืดไอ แก้ท้องร่วงเรื้อรัง ทำเป็นยาชงใช้อมล้างคอแก้เจ็บคอ เม็ด รสขม ทำให้เจริญอาหาร
คุณประโยชน์ถั่งเช่า
ถั่งเช่า สรรพคุณถั่งเช่าช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้สเปิร์มแข็งแรก เพราะเหตุว่าการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในอสุจิได้ โดยจากการเรียนในเพศชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว ปริมาณของสเปิร์มในน้ำอสุจิเพิ่มขึ้น 33% อีกทั้งยังลดจำนวนสเปิร์มที่มีความผิดปกติลงได้ถึง 29% และเมื่อเรียนรู้เพิ่มอีกก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ 66 – 86% ทั้งยังมีคุณลักษณะสำหรับเพื่อการปกป้องแล้วก็เสริมสร้างหลักการทำงานของต่อมหมวกไต รวมทั้งเพิ่มช่องทางที่สเปิร์มจะถือกำเนิดได้ช่วยปรับรูปแบบการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติได้ อีกทั้งยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกซิเจน แล้วก็เพิ่มออกสิเจนให้หัวใจได้สร้างเสริมลักษณะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ช่วยปรับปรุงแนวทางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ปกติ  ช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิต้านทานมากขึ้นต้านโรคมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์สำหรับในการต้านโรคมะเร็ง ขึ้นรถคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่านับว่าเป็นสารที่มีความหมายในการต้านทานการเกิดโรคมะเร็ง คุ้มครองปกป้องการเกิดแล้วก็การแพร่ระบาดของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีสรรพคุณควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และก็สามกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูแนวทางการทำงานของไต สำหรับผู้เจ็บป่วยโรคไตเรื้อรัง การกินถั่งเช่าจะช่วยทุเลาอาการลง แล้วก็ทำให้สุขภาพไตดีขึ้น ทั้งยังลดความทรุดโทรมของไตที่เกิดขึ้นมาจากสารพิษตกค้างได้สร้างเสริมหลักการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลพวงจากพิษ รวมทั้งคุ้มครองการเกิดพังทลายพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นลักษณะการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ลดความเลี่ยงสำหรับเพื่อการเกิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงเลือด สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยเสริมสร้างรูปแบบการทำงานของระบบโลหิต ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและก็เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำในปริมาณที่พอเพียงต่อสถาพทางร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่าถือเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการเรียนรู้พบว่าการรับประทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%

Tags : ขายถั่งเช่า,ขายส่งถั่งเช่า,รับผลิตถั่งเช่า

14

หน้าที่และประโยชน์ของลูทีน
ขายลูทีนปฏิบัติภารกิจมองภาพได้ชัดเจน และมองเห็นละเอียดของภาพดีขึ้น
ลดการเสี่ยง การเป็นโรคต้อกระจกในผู้สูงวัยได้ ( Cataracts )
ขายลูทีน ช่วยลดความเสี่ยง ในการจุดรับภาพเสื่อม ( Age-Related Muscular Degeneration หือ AMD
ช่วยลดโรคมะเร็งเต้านมในสตรีกรุ๊ปที่มีความเสียง
ลดกลไกการเกิด Plague ในผนังเส้นโลหิต ทำให้ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด รวมทั้งโรคหลออดเลือดตีบในสมอง
ขายลูทีน ช่วยทำให้ดวงตาแข็งแรง คุ้มครองปกป้องประสาทตาเสื่อม
ช่วยคุ้มครองป้องกันมิให้แสงแดดทำลายเรตินา
ลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไส้ในทั้งกลุ่มผู้ชายและก็เพศหญิง
ช่วยบำรุงรักษาระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตา
ขายลูทีน วิตามินบำรุงสายตา หรือสารที่ชื่อว่า ลูทีน ( Lutein ) และก็แซนซีทีน ( Zeaxanthin ) เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตาสารอาหารลูทีน นั้นเหมาะสำหรับคนที่ใช้สายตามากมายอาทิเช่น ขายส่งลูทีน ผู้ที่นั้งจอคอมพิวเตอร์นานๆหรือผู้ที่ทำงานอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดงจ้า ต้องขับขี่รถเวลากลางคืนบ่อยๆและก็ ในลักษณะกับแสงสว่างแฟลชจากกล้องถ่ายสำหรับรูปทำให้สายตาหนักเมื่อจอแสง สว่างในรูปแบบนี้ ด้วยเช่นกัน
สารอาหารลูทีน  นั้นจะอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเราขายลูทีน สารอาหารทั้งคู่ตัวนี้จะช่วยคุ้มครองป้องกันแสงหรือคุ้มครองปกป้องรังสีที่จะอันตรายต่อดวงตา นอกเหนือจากนี้ลูทีนยังช่วยปกกันจากไม่ให้เซลล์ของหยุดประสารทตาถูกทำลาย โดยเหตุนั้นการบำรุงรักษาสายตาถูกทำลาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวการบำรุงรักษาสายตาทำให้เลือก
ลูทีนนับว่าเป็นวิตามินบำรุงสายตา ที่มีความ สำคัญสำหรับการป้องกันหน้าจอประสาทตา โดยลูทีน จะดำเนินงานร่วมกับไขมันดีเอชเอและ เอเอ ซึ่งมีส่วนช่วยขายลูทีนสำหรับการเสริมสร้างการพัฒนาด้านการมองมองเห็น ของเด็ก โดยดีเอชเอรวมทั้งเอเอ จะปฏิบัติหน้าที่ราวกับเป็นหลอดไฟฟ้า ส่วนลูทีน จะปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นสารฉาบหลอดไฟ ไม่ให้ดวงตาเสื่อมเร็วรับผลิตลูทีน
เนื่องมาจากดวงตาของผู้คนนั้นเป็นสิ่งที่บอบบางมากที่สุด เมื่อเทียบกับอวัยวะส่วนอื่นๆในร่างกาย เมื่อดวงตาโดนแสงสว่างที่ไม่ประสงค์โดยทันที ก็จะเกิดอาการมัว แม้กระทั้งการนั่งปฏิบัติงานอยู่จอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ก็มีส่วนสำหรับในการทำให้ตาฟางมัวได้เหมือนกัน เราขายลูทีนควรต้องหันมาบำรุงสุขภาพสายตา และป้องกันแสงยูวีที่ได้โอกาสกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเเคปซูลูทีน โรคต้อกระจกด้วยการทานอาหารที่มีสารประกอบอย่างลูทีนอย่างเพียงพอบ่อยๆทุกวันจะดีเยี่ยมที่สุด
โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นอย่างไร
ขายส่งลูทีน หน้าจอประสาทตา (retina) เป็นส่วนที่อยู่บริเวณหลังสุดของตา เมื่อใช้สายตามองข้าวของ แสงสว่างที่กระทบสิ่งของจะสะท้อนผ่านเข้ามายังจอประสาทตา ซึ่งจอประสาทตาจะแปลงแสงสว่างให้อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้าแล้วส่งผ่านเส้นประสาทตา (optic nerve) ไปยังสมอง ที่หน้าจอประสาทตานี้ จะมีบริเวณที่ไวที่สุดของจอประสาทตา เรียกชื่อว่า แมคูลา ลูเตีย (macula lutea) แมคูลานี้จะประกอบไปด้วยเซลล์รับแสงสว่างเเคปซูลลูทีน นับล้านๆเซลล์ที่ช่วยการมองภาพที่คมชัดตรงศูนย์กลางของภาพ แม้มีการทำลายของแมคูลา การมองภาพก็จะขาดความคมชัด
รับผลิตลูทีน โรคหน้าจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration (AMD)) เป็นโรคซึ่งเกิดที่รอบๆ แมคูลา ลูเตีย (macula lutea) โดยเฉพาะ ในโรคนี้จะมีการทำลายแมคูลาไปทีละน้อยๆ โรคบางทีอาจจะแพร่กระจายไปช้ามากในคนบางคน ก็จะใช้เวลานานมากยิ่งกว่าที่จะสูญเสียการมองมองเห็น แต่สำหรับในบางคนการลุกลุกลามของโรคเป็นไปอย่างเร็วแล้วก็อาจมีผลทำให้ตาบอดฝ่ายเดียวหรือทั้งสองข้างได้ โรคนี้เป็นสาเหตุหลักของตาบอดที่เกิดขึ้นในคนที่แก่ 65 ปีขึ้นไปในประเทศทางแถบตะวันตก
ขายลูทีน ขายส่งลูทีน รับผลิตลูทีน เเคปซูลลูทีน
สมุนไพรอื่นๆ
 
คุณประโยชน์ถั่งเช่า
 
ถั่งเช่า คุณประโยชน์ถั่งเช่าช่วยเสริมความสามารถทางเพศ มีฤทธิ์ชูกำลังทางเพศ ช่วยให้น้ำอสุจิแข็งแรก เพราะว่าการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงของลับเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในน้ำอสุจิได้ โดยจากการเรียนรู้ในผู้ชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว ปริมาณของสเปิร์มในน้ำเชื้อมากขึ้น 33% อีกทั้งยังลดปริมาณสเปิร์มที่มีความผิดปกติลงได้ถึง 29% และเมื่อศึกษาเพิ่มเติมอีกก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มสิ่งที่จำเป็นทางเพศได้ 66 – 86% อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการป้องกันแล้วก็สร้างเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต และก็เพิ่มจังหวะที่สเปิร์มจะถือกำเนิดได้ช่วยทำให้ปรับการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติได้ ทั้งยังยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกสิเจน และเพิ่มออกสิเจนให้หัวใจได้สร้างเสริมรูปแบบการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วยปรับปรุงแนวทางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ  ช่วยทำให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิต้านทานมากเพิ่มขึ้นต้านทานมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานมะเร็ง โดยสารคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่าถือเป็นสารที่มีความสำคัญสำหรับการต้านทานการเกิดมะเร็ง คุ้มครองการเกิดแล้วก็การแพร่ขยายของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล แล้วก็ตรีกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูหลักการทำงานของไต สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การรับประทานถั่งเช่าจะช่วยบรรเทาอาการลง แล้วก็ทำให้สุขภาพไตดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังลดความทรุดโทรมของไตที่เกิดขึ้นมาจากสารพิษตกค้างได้สร้างเสริมลักษณะการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลกระทบจากพิษ และป้องกันการเกิดพังพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพแนวทางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเลี่ยงสำหรับในการเกิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงเลือด สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบโลหิต ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกมากเพิ่มขึ้นซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแล้วก็เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำในจำนวนที่พอเพียงต่อสุขภาพร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่านับว่าเป็นสมุนไพรอีกประเภทที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าการรับประทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%
การใช้ประโยชน์รากสามสิบ
ตำรับยาสมุนไพรรากสามสิบ ท้องถิ่นใช้ ราก ต้มน้ำกินแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมตำรายาไทย  ใช้ ราก ซึ่งมีรสเย็น หวานชุ่ม ใช้แก้ขัดเบา ขับฉี่ แล้วก็ขับเสมหะ บำรุงเด็กในครรภ์ บำรุงตับปอด แก้ตับปอดทุพพลภาพ ชูกำลัง แก้กษัย ใช้ ต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้แท้งลูก ราก มีรสเฝื่อนฝาดเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากกินน้ำ แก้เมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน บำรุงตับ ปอด บำรุงกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า รวมทั้งต้นจันทน์แดงผสมสุราโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน  ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง  หนังสือเรียนยาโบราณของไทยบอกว่า ต้นสามสิบเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีชั้นเยี่ยมตัวหนึ่ง โดยให้เอารากต้มน้ำหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ช่วยแก้ระดูมาเปลี่ยนไปจากปกติปวดเมนส์ ภาวะมีบุตรยาก ภาวการณ์หมดเมนส์ บำรุงน้ำนม บำรุงท้อง  บำรุงปอด ตับ ลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคคอพอก รากใช้ฝนทาแก้อาการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยทุเลาอาการระคายเคือง รากใช้กินเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ช่วยแก้อาการปวดข้อรวมทั้งคอ และก็คนทางภาคเหนือบ้านพวกเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ชาย รับประทานแล้วครึกครื้นเหมือนม้า 3 ตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนแพทย์ยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นต้นเหตุของชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยสามี” กล่าวอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีสามีได้ อายุมากแค่ไหนก็ยังดูสาวเสมอ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต่อต้านเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้อาการปวด คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ คุ้มครองกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันเลือดสูง ขับนม มีฤทธิ์ราวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งโรคเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยั้งพิษต่อตับ ช่วยลดระดับความดันโลหิตต้นรากสามสิบมีคุณประโยชน์ในเรื่องการฟื้นฟูความสาว เป็นสมุนไพรที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือพระเวท ของประเทศอินเดีย มีชื่อเป็นภาษาบาลีสันสกฤตว่า ศตาวรี (Shatawari) มีความหมายว่า ต้นไม้ที่มีรากเป็นร้อยๆหรือบางแบบเรียนคือเพศหญิงที่มีสามีเป็นคนร้อยคน กล่าวได้ว่ามีการใช้สมุนไพรประเภทนี้มานานเป็นพันๆปีในอินเดียนิยมรับประทานน้ำคั้นสดกับนม ต้มน้ำคั้นสดกับนม หรือผงแห้งกับเนย แล้วก็ยังใช้เป็นยาฯลฯ เป็นต้นว่า แก้ไอ รักษาโรคแผลในกระเพาะ แก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ แก้ท้องเฟ้อ บำรุงนม ขับเยี่ยว ส่วนการใช้ผลดี รากสามสิบในด้านอื่นๆก็มีอีกอาทิเช่น ในอินโดนีเซียนำรากที่มีลักษณะเป็นหัวใบฉาบน้ำตาลใช้เป็นของหวาน ในอินโดนีเซียใช้หัวเคลือบน้ำตาลกินเป็นยากระตุ้นความสามารถทางเพศ ใช้กระตุ้นน้ำนมในวัวนม รวมทั้งใช้เป็นไม้ประดับ ในไทยนำรากไปเชื่อมหรือแช่อิ่มรับประทาน ทางภาคใต้นำส่วนเหนือดินมาใส่ไว้ภายในแกงส้มและก็แกงเลียง
คุณประโยชน์ ดอกดาวเรือง
ดอกดาวเรือง [/b]รสขม ฉุนเล็กน้อย ใช้ละลายเสลด, แก้มึนหัว, ตาแดง, ลดไข้, บำรุงตับ, แก้ร้อนใน,ไอหวัด,ไอกรน, เต้านมอักเสบ, เป็นแผลมีหนอง, บำรุงสายตาใบ รสชุ่มเย็นมีกลิ่นฉุน ใช้แก้ฝีหนอง อาการบวมโดยไม่รู้เรื่องปัจจัย,ลดการตำหนิเชื้อ น้ำมันหอมระเหย มีคุณประโยชน์แก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง สามารถป้องกันผิวแห้ง ผิวแตกลาย บำรุงผิว บำรุงเส้นผม
ราก มีรสขมเผ็ดนิดหน่อย มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดรวมทั้งตับ ใช้เป็นยาระบายน้ำคั้นจากใบใช้แก้อาการหูเจ็บ ปวดหู ช่วยแก้อาการปวดฟัน ช่วยรักษาปากเปื่อยยุ่ย แผลเน่าเปื่อย ช่วยแก้ลักษณะของการปวดท้อง ใช้เป็นยาขับพยาธิเภสัชตำรับของเม็กซิโก เคยใช้ดอกแล้วก็ใบต้มน้ำกินใช้ขับลมรวมทั้งขับเยี่ยว  ในประเทศอินเดีย น้ำคั้นจากดอกใช้ฟอกเลือดและก็แก้ริดสีดวงทวาร ในบราซิล ใช้ดอกชงน้ำหรือต้นน้ำกิน แก้อาการปวดตามข้อ
สรรพคุณพลูคาว
พลูคาว เป็นสมุนไพรที่ให้ รสเผ็ด มีกลิ่นเหมือนคาวปลา เป็นยาเย็น แก้กามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอดและก็ตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ รักษาปอดอักเสบเป็นหนอง หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ไอ รักษาติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบบวมน้ำ ไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ แก้บิด แก้ริดสีดวงทวาร ภายนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย แก้โรคผิวหนังกลากโรคเกลื้อน ฝีอักเสบ ทาภายนอกให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังในบริเวณนั้นมาก ปอดอักเสบ มาลาเรีย แก้โรคผิวหนังผื่นคัน  ฝีฝักบัว  ฝีแผลเปื่อย แล้วก็พอกในรายกระดูกหัก แล้วก็หนองใน มีฤทธิ์สำหรับการช่วยต้านทานมะเร็ง ยับยั้งการเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็ง  มีฤทธิ์สำหรับการช่วยบำบัดรักษาฟื้นฟูโรคความดันเลือดสูง  ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต้านโรค ช่วยยืดอายุคนป่วยให้อยู่สู้โรคได้ยาวนานมากขึ้น  ช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาและก็ช่วยต้านทานเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่   ใช้เป็นองค์ประกอบในตำรับยา ช่วยรักษาอาการติดเชื้อโรคทันควัน ติดเชื้อโรคทางเท้าหายใจ   ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ รวมทั้งปอดอักเสบในเด็ก   กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวการณ์ภูมิแพ้ หอบหืด ใช้เป็นยาระบาย ของกินไม่ย่อย  ช่วยขับพยาธิ  รักษาโรคตับอักเสบชนิดโรคดีซ่าน  รักษาแผลอักเสบรอบๆคอมดลูก รักษาการอักเสบรอบๆกระดูกเชิงกราน   มีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ช่วยยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสประเภทต่างๆเป็นต้นว่า ไข้ทรพิษ ฝึกหัด งูสวัด เริม โรคภูมิคุมกันบกพร่อง (HIV)  เหมาะกับผู้เจ็บป่วยแล้วก็ผู้ที่อยากบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่างๆมีลักษณะอาการดีขึ้น  ใช้พร้อมกันกับการดูแลและรักษาด้วยเคมีบรรเทาหรือการฉายรังสี จะช่วยให้คนเจ็บมีอาการแพ้ลดน้อยลง ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น ใช้ทั้งต้นเป็นยาลดไข้ ขจัดสารพิษ รักษาแผลในกระเพาะและก็ลดการอักเสบ ประเทศเกาหลีใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันโลหิตสูง ภาวะเส้นโลหิตแข็งเพราะมีการสะสมของไขมัน (atherosclersis) และก็โรคมะเร็ง ส่วนเนปาลใช้ลำต้นใต้ดินในตำรับยาที่เกี่ยวกับโรคของสตรี ขับประจำเดือน ใช้อีกทั้งต้นเป็นยาย่อยอาหาร ทุเลาอาการอักเสบ ใบใช้เพื่อการรักษาโรคผิวหนัง แก้บิดและริดสีดวงทวาร
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ประกอบด้วยสารที่ส่งผลต่อการบำบัดรักษาโรคหลายอย่าง แบ่งได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ๆเป็น สารประเภทที่ละลายน้ำ 30% สารละลายอินทร์ 65% รวมทั้งสาระเหย 5% มีประโยชน์สำคัญตัวอย่างเช่น polysaccharide, triterpenoids, Germanium, Ganoderic, Essence รวมทั้งวิตามินและก็ธาตุ ซึ่งช่วยสร้างภูเขาไม่ต้านทานทางโรค ต่อต้านโรคมะเร็ง บำรุงตับ บำรุงสมองรวมทั้งระบบประสาท ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย เหมาะกับบำรุงร่างกายเนื่องจากมีความปลอดภัยสูง โพลีแซคคาไรค์ (polysaccharide) เป็นสาระสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย เป็นกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต่อต้านมะเร็ง คุ้มครองปกป้องการยืนขึ้นลามของเซลล์ของมะเร็ง ช่วยทำให้ปรับปรุงลักษณะการทำงานของตับอ่อน ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขจัดสารพิษ แต่ว่าเพราะ polysaccharide มีโครงสร้างที่สลับซับซ้อนอาจจะก่อให้ย่อยยากจะต้องกินวิตามินซีหรืออาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยสำหรับในการซึมซับสาร polysaccharide ไปสู่ร่างกายเยอร์มาเนียม (Germaniuum) ในดอกเห็ดหลินจือมีเยอร์มาเนียมสูงถึง 800 – 2000 ppm สารเยอร์มา – เนียมมีสาระต่อสุขภาพดังต่อไปนี้

  • ออกซิเจนในเลือด 4. รักษามะเร็ง
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย 5. ทำให้การไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น
  • สมอง บำรุงประสาท 6. กำจัดพิษ บำรุงตับ รักษาตับ


ตรีเทอร์ตะกายอยด์ (Tritepenoids) เป็นประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายดังนี้

  • ต่อต้านมะเร็ง 4. ลดวัวเลสเตอรอล ปรับไขมันในร่างกายให้ปกติ
  • ควบคุมระดับความดันเลือดให้ปกติ 5. เสริมสร้างระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารให้
  • ควบคุมภูมิแพ้ 6. กระตุ้นรูปแบบการทำงานของเม็ดเลือดขาว


สารกาโนเดอริก (Ganoderic Essence) ช่วยลดความดันเลือด ลดไขมันในเส้นเลือดแล้วก็คุ้มครองป้องกันการ
ตันของไขมันด้านในเส้นเลือด
 

Tags : ขายส่งลูทีน

15
อื่นๆ / ลูทีน (Lutein) เป็นอย่างไร?
« เมื่อ: 17-10-2017 , 10:55:07 »

สุดยอดสรรพคุณลูทีน ช่วยให้สายตาและการมองเห็นดีขึ้นอย่างชัดเจน
ขายส่งลูทีน เป็นสารธรรมชาติที่มีในผักผลไม้หลายชนิด เป็นสารในเครือญาติ ของสารแคโรทีนอยด์ และก็พบได้ในบริเวณดวงตา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงรอบๆเลนส์ตาแล้วก็จอภาพตาในธรรมชาติแม้ว่าจะมีแคโรทีนอยด์ มากยิ่งกว่า 600 ประเภท แม้กระนั้นมีเพียงแต่สาร 2 ชนิดนี้เท่านั้น ที่พบในจุดรับภาพของจอตา
ขายลูทีน สารทั้งสองประเภทนี้จะปฏิบัติหน้าที่ ช่วยกรองหรือปกป้องรังสีจากแสงอาทิตย์ที่เป็น อันตรายต่อดวงตา แล้วก็ช่วยปกป้องรักษาเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย โดยการลดอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยปฏิบัติหน้าที่ขายลูทีน สามารถบำรุงตา ทำให้จอตาไม่เสื่อมเร็ว เพราะฉะนั้นคนใดกันแน่ที่อยากถนอมสายตาไว้ ใช้งานนานๆก็ต้องกินผักและผลไม้ สีเหลือง และก็สีเขียวเข้มการมองมองเห็นนับว่าเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่มีความหมายต่อมนุษย์พวกเราเป็นอย่าง ยิ่ง และก็อวัยวะที่เป็นตัวรับภาพต่างๆจากการ ขายลูทีน ข้างนอกให้พวกเราได้รับทราบก็คือดวงตา กลไกสำหรับการมองเห็นก็คือ เมื่อมีแสงตกกระทบกับวัตถุ แสงสว่าง จะสะท้อนเข้าสู่ดวงตาเราผ่านกระจกตา รูม่านตา แก้วตา แล้วก็ไปตกที่จอสำหรับรับภาพตาในลักษณะของภาพหัวกลับแล้วจึงถูกส่งไปแปลเป็นภาพที่พวกเรา เห็นจริงในระบบประสาทส่วนท้ายทอย สารอาหารจำเป็นจะต้องสำหรับดวงตา มีอยู่หลายประเภท ร่วมกันหมายถึงวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงสารอาหารที่มี
รับผลิตลูทีนงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยอย่างมากมายว่ามีสาระกับดวงตาโดยตรงก็หมายถึงขายส่งลูทีน และ (Lutein) แล้วก็ การขายลูทีน ซีแซนทีน (Zeaxanthin)เป็นสารธรรมชาติที่มีในพืชผักผลไม้หลายแบบ เป็นสารในเชื้อสายของสารแคโรทีนอยด์ และพบได้ในบริเวณดวงตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงรอบๆเลนส์ตาแล้วก็จอสำหรับรับภาพตาในธรรมชาติแม้จะมีแคโรทีนอยด์ มากกว่า 600 ประเภท แม้กระนั้นมีเพียงแต่สาร 2 ประเภทนี้เพียงแค่นั้น ที่เจอในจุดรับภาพของจอตา สารทั้งสองชนิดนี้จะปฏิบัติภารกิจช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็น อันตรายต่อดวงตา และขายลูทีน ช่วยคุ้มครองป้องกันเซลล์ของหน้าจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย โดยการลดอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุดังกล่าว จึงปฏิบัติหน้าที่บำรุงตา ทำให้จอตาไม่เสื่อมเร็ว ฉะนั้นคนใดกันที่อยากถนอมสายตาไว้ ใช้งานนานๆก็จะต้องรับประทานผักและก็รับประทานผลไม้ สีเหลือง แล้วก็สีเขียวเข้มมีการทั่วๆไป แล้วก็
รับผลิตลูทีน ยังมีแหล่งที่เจอ ลูทีน และ ซีแซนทีน ในธรรมชาตินอกเหนือจาก จะพบได้ทั่วไปในดอกดาวเรือง และก็โกจิเบอร์ปรี่(เก๋ากี้) แล้ว ยังพบใน กะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ต้นอ่อนกะหล่ำดาว ถั่วพิสตาชิโอ บรอกวัวลี ข้าวโพด ไข่ แครอท ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม ผักโขม แตงกวาอีกทั้งเปลือก ซูกินีทั้งเปลือก ถั่วแขก อะโวคาโด มัสตาร์ด ฟักทอง ฯลฯการบริโภคผักที่มีการแล้วก็ชีแซนทีน หรือแม้แต่อาหารสุขภาพที่มีประโยชน์สำคัญนี้ขายลูทีน[/url] จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกายของดวงตา มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลายแบบด้วยกัน ที่สำคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อมโดยสรุปแล้ว ลูทีน (Lutein) จะช่วยให้ตาแข็งแรงแคปซูลลูทีน คุ้มครองประสาทตาเสื่อม สร้างเสริมการมองเห็นโดยช่วยคุ้มครองปกป้องการเสื่อมของ Macular ที่จุดเล็กๆกึ่งกลางของที่รับแสงสว่างในตา (Retina) อันเป็นส่วนสาคัญของ Main pigment (สี) ในฉากรับแสงสว่างของตา คุ้มครองปกป้องไม่ให้แสงแดดทำลายเรตินาขายลูทีน ป้องกันโรคจุดรับภาพเสื่อม หรือหน้าจอประสาทตาเสื่อม AMD (Age – Related Macular Degeneration) แคปซูลลูทีน ช่วยคุ้มครองรวมทั้งลดอาการโรคต้อกระจก (Cataracts) ต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา รวมทั้งเพิ่มสมรรถภาพสำหรับเพื่อการเห็นได้ดิบได้ดีในที่มืดได้ดีขึ้น
ขายลูทีน ขายส่งลูทีน
รับผลิตลูทีน เเคปซูลลูทีน
สมุนไพรอื่น
 
การใช้ประโยชน์รากสามสิบ
 
ตำรับยาสมุนไพรรากสามสิบ พื้นบ้านใช้ ราก ต้มน้ำดื่มแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมตำรายาไทย  ใช้ ราก ซึ่งมีรสเย็น หวานเปียก ใช้แก้ขัดค่อย ขับฉี่ รวมทั้งขับเสมหะ บำรุงเด็กในครรภ์ บำรุงตับปอด แก้ตับปอดพิการ บำรุงกำลัง แก้กษัย ใช้ ทั้งยังต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้แท้งลูก ราก มีรสเฝื่อนฝาดเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากดื่มน้ำ แก้เมื่อย ครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และต้นจันทน์แดงผสมเหล้าโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน  ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง  ตำราเรียนยาโบราณของไทยกล่าวว่า ต้นสามสิบเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีชั้นยอดตัวหนึ่ง โดยให้เอารากต้มน้ำกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ช่วยแก้ระดูมาผิดปกติปวดระดู สภาวะมีบุตรยาก ภาวการณ์หมดระดู บำรุงนม บำรุงท้อง  บำรุงปอด ตับ ลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคคอพอก รากใช้ฝนทาแก้ลักษณะของการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยบรรเทาอาการระคาย รากใช้รับประทานเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ช่วยแก้อาการปวดข้อและคอ แล้วก็คนทางภาคเหนือบ้านพวกเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ชาย รับประทานแล้วครื้นเครงเสมือนม้า 3 ตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนแพทย์ยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “สาวร้อยผัว” หรือ “สามร้อยสามี” กล่าวคือไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีสามีได้ อายุเท่าไรก็ยังดูสาวเสมอ มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านทานเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้ลักษณะของการปวด คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ คุ้มครองป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับนม มีฤทธิ์ราวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านทานอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยั้งพิษต่อตับ ช่วยลดความดันโลหิตต้นรากสามสิบมีสรรพคุณในประเด็นการฟื้นฟูความสาว เป็นสมุนไพรที่ได้กล่าวไว้ภายในคู่มือพระเวท ของประเทศอินเดีย มีชื่อเป็นภาษาบาลีสันสกฤตว่า ศตาวรี (Shatawari) แสดงว่า ต้นไม้ที่มีรากเป็นร้อยๆหรือบางแบบเรียนหมายคือผู้หญิงที่มีสามีเป็นคนร้อยคน เรียกได้ว่ามีการใช้สมุนไพรประเภทนี้มานานเป็นพันๆปีในอินเดียนิยมกินน้ำคั้นสดกับนม ต้มน้ำคั้นสดกับนม หรือผงแห้งกับเนย แล้วก็ยังใช้เป็นยาอื่นๆอีกมากมาย ดังเช่นว่า แก้ไอ รักษาโรคแผลในกระเพาะ แก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ แก้ท้องขึ้น บำรุงนม ขับเยี่ยว ส่วนการใช้ประโยชน์ รากสามสิบในด้านอื่นๆก็มีอีกยกตัวอย่างเช่น ในอินโดนีเซียนำรากที่มีลักษณะเป็นหัวใบเคลือบน้ำตาลใช้เป็นของหวาน ในอินโดนีเซียใช้หัวเคลือบน้ำตาลรับประทานเป็นยากระตุ้นความสามารถทางเพศ ใช้กระตุ้นนมในวัวนม รวมทั้งใช้เป็นไม้ประดับ ในไทยนำรากไปเชื่อมหรือแช่อิ่มกิน ทางภาคใต้นำส่วนเหนือดินมาใส่ในแกงส้ม{และ|และก็|แล้วก็|รว
สรรพคุณกวาวเครือแดง
หัวกวาวเครือแดง  รสเย็นเบื่อเมา  บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง  บำรุงสุขภาพ  เพิ่มน้ำอสุจิ เป็นยาอายุวัฒนะแก้เมื่อยตามร่างกายรากกวาวเครือแดง  แก้ลมอัมพาต  บำรุงเลือด  ผสมกับรากสมุนไพรอื่นอีก 8 ชนิดเรียกว่า  พิกัดนวโลหะ  แก้โรคลมที่เป็นพิษ  แก้ริดสีดวง  ทำลายพยาธิ  ดับพิษ  ถอนพิษไข้  สมานลำไส้เปลือกเถากวาวเครือแดง   รสเย็นเบื่อเมา  แก้พิษงูผลดีกวาวเครือแดงฤทธิ์ต่อระบบแพร่พันธุ์  การเรียนในอาสาสมัครเพศชาย 17 คน อายุระหว่าง 30 – 70 ปี ที่มีลักษณะอาการหย่อนความสามารถทางเพศอย่างต่ำ 6 เดือน  ให้กินกวาวเครือแดงขนาด 250 มก./แคปซูล วันละ 4 แคปซูล ตรงเวลา 3 เดือน ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่าระดับฮอร์โมน testosterone ไม่ได้มีความแตกต่างจากกลุ่มควบคุม  แม้กระนั้นผลจาการตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับดรรชนีชี้วัดความสามารถทางเพศ  จากอาสาสมัครพบว่าทำให้สมรรถนะทางเพศดียิ่งขึ้น  82.4 % ดังนั้น กวาวเครือแดงก็เลยช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยโรคเสื่อมความสามารถทางเพศได้ และไม่พบการเกิดพิษ
สรรพคุณกวาวเครือขาว
หัวกวาวเครือขาว รสเย็นเบื่อเมา บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง บำรุงสุขภาพ ชูกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับคนแก่ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย แก้เมื่อยล้า ผอมโซ นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนผู้หญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านพขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือนอาจจะส่งผลให้แท้งบุตรได้ บำรุงความกำหนัด ทำให้อวัยวะสืบพันธุ์และมดลูกมีเลือดมาคั่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้ก้าวหน้า แก้โรคจาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี ทำให้มีพลัง เคลื่อนไหวแคล่วคล่องว่องไว บำรุงโลหิต กินได้นอน ผิวหนัง
สรรพคุณถั่งเช่า
ถั่งเช่า คุณประโยชน์ถั่งเช่าช่วยเสริมความสามารถทางเพศ มีฤทธิ์ชูกำลังทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรก เพราะว่าการกินถั่งเช่าจะนำมาซึ่งการทำให้มีเลือดไปเลี้ยงของลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในน้ำเชื้อได้ โดยจากการเรียนในเพศชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว ปริมาณของสเปิร์มในน้ำเชื้อมากขึ้น 33% ทั้งยังลดปริมาณสเปิร์มที่มีความผิดธรรมดาลงได้ถึง 29% และก็เมื่อศึกษาเล่าเรียนเพิ่มก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มความจำเป็นทางเพศได้ 66 – 86% ทั้งยังมีคุณลักษณะสำหรับการปกป้องรวมทั้งเสริมสร้างรูปแบบการทำงานของต่อมหมวกไต แล้วก็เพิ่มโอกาสที่สเปิร์มจะกำเนิดได้ช่วยทำให้หลักการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติได้ ทั้งยังยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกซิเจน รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้หัวใจได้เสริมสร้างหลักการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ปกติ  ช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิต้านทานเยอะขึ้นเรื่อยๆต้านทานโรคมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์สำหรับการต้านโรคมะเร็ง โดยสารคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่านับว่าเป็นสารที่มีความจำเป็นสำหรับในการต้านทานการเกิดมะเร็ง คุ้มครองปกป้องการเกิดแล้วก็การแพร่ระบาดของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีสรรพคุณควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล แล้วก็สามกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูรูปแบบการทำงานของไต สำหรับผู้เจ็บป่วยโรคไตเรื้อรัง การรับประทานถั่งเช่าจะช่วยบรรเทาอาการลง และก็ทำให้สุขภาพไตดีขึ้น ทั้งยังยังลดความย่ำแย่ของไตที่เกิดขึ้นมาจากสารพิษตกค้างได้เสริมสร้างรูปแบบการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลพวงจากพิษ และก็คุ้มครองการเกิดพังทลายพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ลดความเลี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงโลหิต สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยสร้างเสริมหลักการทำงานของระบบเลือด ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกมากขึ้นซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและก็เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตในจำนวนที่พอเพียงต่อสุขภาพร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่านับว่าเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าการรับประทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%
สรรพคุณพลูคาว
พลูคาว เป็นสมุนไพรที่ให้ รสเผ็ด มีกลิ่นคล้ายคาวปลา เป็นยาเย็น แก้กามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอดและตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขับฉี่ แก้บวมน้ำ รักษาปอดอักเสบเป็นหนอง หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ไอ รักษาติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบบวมน้ำ ไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ แก้บิด แก้ริดสีดวงทวาร ด้านนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย แก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน ฝีอักเสบ ทาภายนอกให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังในรอบๆนั้นมากมาย ปอดบวม ไข้จับสั่น แก้โรคผิวหนังผื่นคัน  ฝีฝักบัว  ฝีแผลเปื่อย และก็พอกในรายกระดูกหัก และหนองใน มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการช่วยต้านทานโรคมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  มีฤทธิ์สำหรับการช่วยบำบัดรักษาฟื้นฟูโรคความดันโลหิตสูง  ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต้านโรค ช่วยยืดอายุคนป่วยให้อยู่สู้โรคได้เป็นเวลายาวนานมากขึ้น  ช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาและช่วยต่อต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยา ช่วยรักษาอาการติดเชื้อฉับพลัน ติดเชื้อทางเดินหายใจ   ใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ รวมทั้งปอดอักเสบในเด็ก   กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาภาวการณ์ภูมิแพ้ หอบหืด ใช้เป็นยาระบาย อาหารไม่ย่อย  ช่วยขับพยาธิ  รักษาโรคตับอักเสบจำพวกโรคตับเหลือง  รักษาแผลอักเสบบริเวณคอมดลูก รักษาการอักเสบบริเวณกระดูกเชิงกราน   มีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ช่วยยับยั้งการเติบโตของไวรัสประเภทต่างๆอาทิเช่น ไข้ทรพิษ ฝึกหัด งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)  เหมาะสมกับคนป่วยและผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่างๆมีลักษณะอาการดีขึ้น  ใช้พร้อมกันกับการดูแลรักษาด้วยเคมีบำบัดรักษาหรือการฉายรังสี จะช่วยทำให้คนไข้มีอาการแพ้ลดลง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ใช้ทั้งต้นเป็นยาลดไข้ ขจัดสารพิษ รักษาแผลในกระเพาะรวมทั้งลดการอักเสบ ประเทศเกาหลีใช้พลูคาวเป็นยาลดระดับความดันโลหิตสูง สภาวะเส้นโลหิตแข็งเนื่องจากมีการสะสมของไขมัน (atherosclersis) และก็โรคมะเร็ง ส่วนเนปาลใช้ลำต้นใต้ดินในตำรับยาที่เกี่ยวกับโรคของสตรี ขับรอบเดือน ใช้อีกทั้งต้นเป็นยาย่อยอาหาร ทุเลาอาการอักเสบ ใบใช้สำหรับในการรักษาโรคผิวหนัง แก้บิดและริดสีดวงทวาร
 

Tags : ขายลูทีน,ขายส่งลูทีน,รับผลิตลูทีน

หน้า: [1] 2